Page 18 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน หลัภภาษาไทย ม.5
P. 18

G G  P   A1 A2 S
                                                                                              ๑๙



              อิทธิพลของภาษาเขมร

               อิทธิพลของการยืมภาษาเขมรที่มีตอภาษาไทย ดังนี้ (อรรถวิทย รอดเจริญ, ๒๕๖๖ : ๑๔๘-๑๔๙)
               ๑.  การใชตัวสะกด ภาษาเขมรท่เขามาในภาษาไทยมักสะกดดวย จ  ญ  ล  ร  ส เปนตัวสะกด
                                           ี
          ไมตามมาตราตัวสะกดในภาษาไทย เชน
                 แมกด     เสด็จ     โสรจ     ตํารวจ  จรัส

                 แมกน     บังคัล    บําเพ็ญ  เจริญ    กําจร

                                  ํ
                                                        ึ
                           ํ
                         ่
               ๒.  การเพิมจานวนคา ภาษาไทยมีคําใชมากข้น และบางคํานํามาใชแทนคําเดิมในภาษาไทย
          ทําใหคําไทยมีความหมายเปลี่ยนไป เชน จมูก (เขมร) กับ ดั้ง (ไทย) ปจจุบัน ดั้ง ใชสําหรับกลาวถึงเฉพาะ
          สวนหนึ่งของจมูก แตเดิม ดั้ง หมายถึง จมูก (จิรวัฒน เพชรรัตน และอัมพร ทองใบ, ๒๕๕๖ : ๒๙๗-๓๐๐)
                                                          
                                                                
          นอกจากนี้คําเขมรหลายคํายังถูกนํามาใชเปนคําราชาศัพทดวย เชน สรง เสวย เพลา เขนย เสด็จ ขนง
          กริ้ว โปรด
               ๓.  การสรางคําดวยการแผลงคํา  การแผลงคําเปนวิธีการสรางคําของภาษาเขมร ภาษาไทย
          รับคําแผลงที่มีอยูเดิมในภาษาเขมรมาแลว ยังสรางคําแผลงในคําไทยที่มีอยูเดิมดวย เชน

                 คําแผลงในภาษาเขมร  ติ     แผลงเปน  ตําหนิ
                                      ตรัส    แผลงเปน  ดํารัส

                 คําแผลงในคําไทย      เสียง    แผลงเปน  สําเนียง
                                      สวย    แผลงเปน  สํารวย


              ✿ ลักษณะของคําที่มาจากภาษาเขมร


               ๑.  คําที่ขึ้นตนดวย บัง- บัน- บํา- บรร- เชน บังคับ บังควร  บันดาล บําเพ็ญ บรรทม
               ๒.  ประสมดวยสระอํา กํา- คํา- จํา- ชํา- ตํา- สํา- อํา- เชน  กํานัล คํานับ  จําหนาย  ชํารวย  ตํารวจ
          สํารวจ  อํานาจ

                                                  ํ
               ๓. คํายืมภาษาเขมรมักเปนคําควบกล้า เชน กราบ กระทรวง กระบือ เพลิง ทรวง แทรก
          โดยพยายามเทียบเสียงกับเสียงควบกลํ้าในภาษาไทย หากเสียงไมตรงกันมักออกเสียงเปนอักษรนํา

          เชน ฉลู (ฉะ-หฺลู)  ถนน (ถะ-หฺนน)  ดําริ (ดํา-หฺริ)  เถลิง (ถะ-เหฺลิง)  สนุก (สะ-หฺนุก)
               ๔.  ใชพยัญชนะ จ  ญ  ล  ร  ส เปนพยัญชนะสะกด เชน เสด็จ เปรียญ เจริญ กังวล กันดาล
          จาร ทหาร จรัส

                                                                                ี
                                                                              ิ
               ๕.  คําแผลงสวนใหญมักเปนคําเขมร แบงออกเปน คําแผลงดวยวธการเตมหนา เชน
                                                                                      ิ
                                                                                              
                                                       
                                                              
          ทุก เปน  บรรทุก  เพ็ญ เปน บําเพ็ญ  ลาญ เปน ผลาญ และคําแผลงดวยวิธีการเติมกลาง เชน
          กราบ เปน กําราบ  เสด็จ เปน สมเด็จ  ตรวจ เปน ตํารวจ  เดิน เปน ดําเนิน
               ๖.  คํายืมภาษาเขมรสวนใหญไมมีรูปวรรณยุกต เชน จมูก เจิม ฉบับ ดํารง บาย ผกา เลบง
   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23