Page 67 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.5
P. 67
68 G P A1 A2 S
P
๑.๑ การเล่นเสียงสัมผัสสระ เช่น
...ส่วนเทพยเจ้าทั้งสามก็อำาลาลีลาศผาดแผลง จำาแลงเป็นพญาไกรสรราชผาดแผดเสียงสนั่น
ดังสายอัสนีลั่นตลอดป่า องค์หนึ่งเป็นพยัคฆ์พระยาเสือโคร่งคำารนร้อง องค์หนึ่งเป็น
เสือเหลืองเนื่องคะนองย่องหยัดสะบัดบาท...
จากบทประพันธ์ข้างต้น จะเห็นได้ว่ามีการสร้างความงามทางวรรณศิลป์ด้วยการใช้เสียงสัมผัสสระ
ในตำาแหน่งต่าง ๆ ได้แก่ “ลี (ลาศ)” กับ “ผาด” “ราช” กับ “ผาด” “เหลือง” กับ “เนื่อง” และ “หยัด” กับ
“(สะ) บัด” การเล่นเสียงสัมผัสสระช่วยให้บทประพันธ์มีความไพเราะ
๑.๒ การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ เช่น
...พลางพิศดูผลาผลในกลางไพรที่นางเคยได้อาศัยทรงสอยอยู่เป็นนิตย์ผิดสังเกต เหตุไฉน
ไม้ที่มีผลเป็นพุ่มพวงก็กลายกลับเป็นดอกดวงเดียรดาษอนาถเนตร แถวโน้นก็แก้วเกดพิกุลแกม
กับกาหลง ถัดนั่นก็สายหยุดประยงค์และยมโดย พระพายพัดก็ร่วงโรยรายดอกลงมูนมอง...
บทประพันธ์ข้างต้นมีการเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะในทุก ๆ วรรค ดังจะเห็นได้จากข้อความ
ที่เป็นตัวอักษรสีม่วง การใช้สัมผัสเสียงพยัญชนะในความถี่ที่สูงเช่นนี้ นอกจากจะมีผลต่อความไพเราะ
ของบทประพันธ์แล้ว ยังมีผลต่อการดึงดูดความสนใจของผู้ฟังได้อีกด้วย ทั้งนี้เพราะจุดมุ่งหมาย
ในการแต่งคือเพื่อนำาไปใช้ประกอบการเทศน์มหาชาติ ซึ่งบรรยากาศของการเทศน์จะเต็มไปด้วยผู้คนและ
สิ่งของต่าง ๆ มากมายที่อาจดึงความสนใจของผู้ฟังให้หันเหออกไปจากการฟังเนื้อหาที่พระกำาลังเทศน์
กลวิธีทางวรรณศิลป์ดังกล่าวถึงช่วยดึงความสนใจของผู้ฟังให้จดจ่ออยู่กับเนื้อหา ซึ่งจะทำาให้
ได้รับสารประโยชน์อย่างสูงสุดนั่นเอง
๒. วรรณศิลป์ที่เกิดจากการใช้คำา ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี ปรากฏกลวิธีการใช้
ถ้อยคำาอย่างมีศิลปะ เพื่อให้ผลลัพธ์ทั้งทางด้านเสียงและความหมาย ดังเช่นบทประพันธ์ตอนหนึ่งที่สร้าง
ความประทับใจให้แก่ผู้อ่านได้เป็นอย่างดี ดังนี้
...ทั้งนกหกก็งัวเงียเหงาเงียบทุกรวงรัง แต่แม่เที่ยวเซซังเสาะแสวงทุกแห่งห้องหิมเวศ
ทั่วประเทศทุกราวป่า สุดสายนัยนาที่แม่จะตามไปเล็งแล สุดโสตแล้วที่แม่จะซับทราบฟังสำาเนียง
สุดสุรเสียงที่แม่จะรำ่าเรียกพิไรร้อง สุดฝีเท้าที่แม่จะเยื้องย่องยกย่างลงเหยียบดิน ก็สุดสิ้น
สุดปัญญาสุดหาสุดค้นเห็นสุดคิด จะได้พานพบประสบรอยพระลูกน้อยแต่สักนิดไม่มีเลย...

