Page 71 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.5
P. 71
72 G P A1 A2 S
P
นอกจากนี้แล้ว ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี ยังปรากฏรสวรรณคดี พิโรธวาทัง อีกด้วย
ดังจะเห็นได้จากถ้อยคำาที่พระเวสสันดรปริภาษพระนางมัทรี ซึ่งเป็นอุบายที่จะทำาให้นางคลายความเศร้า
ลงไปบ้าง เป็นการตัดพ้อต่อว่าด้วยถ้อยคำาต่าง ๆ นานา ดังนี้
...อันว่าพระยานางสิเป็นหน่อกษัตริย์ จะไปไหนก็เคยมีแต่กลดกั้น พานจะเกรงแสง
พระสุริยันไม่คลาเคลื่อน เจ้ารักเดินด้วยแสงเดือนชมดาวพลาง ได้นำ้าค้างกลางคืนชื่นอารมณ์
สมคะเน พอมาถึงก็ทำาเสขึ้นเสียงเลี่ยงเลี้ยวพาโลว่าลูกหาย เออนี่เจ้ามิหมายว่าใคร ๆ ไม่รู้ทัน
กระนั้นกระมัง หรือเจ้าเห็นว่าพี่นี้เป็นชีอดจิตคิดอนิจจังทิ้งพยศอดอารมณ์เสีย เจ้าเป็นแต่เพียง
เมียควรหรือมาหมิ่นได้ ถ้าแม้นพี่อยู่ในกรุงไกรเหมือนแต่ก่อนเก่า หากว่าเจ้าทำาเช่นนี้
กายของมัทรีก็จะขาดสะบั้นลงทันตา ด้วยพระกรเบื้องขวาของอาตมานี้แล้วแล
คุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม
ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี ปรากฏคุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรมที่กวีได้แทรกไว้
ในเนื้อหา ดังนี้
๑. สะท้อนค่านิยมของสตรีไทยในอดีต ดังที่ปรากฏในเนื้อหาว่า สตรีที่ออกเรือนแล้วมีหน้าที่ดูแล
บุตรและปรนนิบัติสามี ดังคำาประพันธ์ว่า
...อุตสาหะตระตรากตระตรำาเตร็ดเตร่หาผลาผลไม้ ถึงที่ไหนจะรกเรี้ยวก็ซอกซอนอุตส่าห์เที่ยว
ไม่ถอยหลัง จนเนื้อหนังข่วนขาดเป็นริ้วรอย โลหิตไหลย้อยทุกหย่อมหนาม อารามจะใคร่ได้
ผลาผลไม้มาปฏิบัติลูกบำารุงผัว...
นอกจากนี้ ภรรยาต้องเคารพและเชื่อฟังสามี ไม่ทำาสิ่งใดให้ขัดใจ เห็นได้จากข้อความที่
พระเวสสันดรแกล้งตัดพ้อพระนางมัทรีว่ากลับมาจนคำ่ามืด แม้พระนางมัทรีทั้งเจ็บใจและน้อยใจ
แต่ก็ยอมรับผิดและกล่าวขอโทษ ดังคำาประพันธ์ว่า

