Page 24 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.5
P. 24
25
สัทพจน์ คือ การใช้คำาเลียนเสียง (สุจิตรา จงสถิตวัฒนา, ๒๕๔๙ : ๓๙) ซึ่งอาจ
เป็นเสียงสัตว์ เสียงลมพัด เสียงเครื่องดนตรี หรือเสียงที่เกิดจากวัตถุสิ่งของ เช่น
บ้างขึ้นบนขนส่งคนข้างล่าง เสียงโฉ่งฉ่างชามแตกกระแทกขัน
จนคนบนสัปคับรับไม่ทัน หม้อข้าวขันตกแตกกระจายราย
ย่ามกระสอบกรอบแกรบกระไกรกริก กลักพริกพลิกแพลงตะแคงหงาย
กะโปเลเชือกร้อยขึ้นห้อยท้าย เมื่อยามร้ายดูงามกว่าชามดิน
นิราศพระบาท ของสุนทรภู่
จาก (ชีวิตและงาน ของสุนทรภู่ ฉบับกรมศิลปากรตรวจสอบชำาระใหม่ ของกรมศิลปากร, กองวรรณกรรม
และประวัติศาสตร์, ๒๕๔๓ : ๙๓)
บทประพันธ์ข้างต้นปรากฏการใช้ภาพพจน์สัทพจน์ ดังจะเห็นได้จากการเลียนเสียง
ของสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ได้แก่ เสียงชามแตกดัง “โฉ่งฉ่าง” และเสียงย่ามกระสอบเมื่อถูกสัมผัสและเสียดสี
ู
ิ
้
้
จะมีเสยงดัง “กรอบแกรบกระไกรกรก” ภาพพจน์แบบสัทพจน์ใหความร้สกแก่ผอ่านราวกับว่าได้ยิน
ี
ึ
ู
เสียงนั้นจริง ๆ เป็นภาพพจน์ที่ช่วยเสริมจินตภาพให้แก่ผู้อ่าน
นามนัย คือ การใช้คำาหรือวลีซ่งบ่งลักษณะหรือคุณสมบัติของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ึ
มาแสดงความหมายแทนสิ่งนั้นทั้งหมด (ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๔๕ : ๒๖๓) เช่น
...ครั้นสวรรคาลัยไซร้ พระมหินทร์ได้สมบัติ เสียเศวตฉัตรหงสา ศรีอยุธยาพินาศ
จึ่งบรมราชบิตุรงค์ ทรงสืบเสวยศวรรเยศ...
ลิลิตตะเลงพ่าย
จาก (กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๔๕ : ๓)
คำาว่า “เศวตฉัตร” ในบทประพันธ์ข้างต้น มีลักษณะเป็นนามนัย กล่าวคือ เศวตฉัตร
ี
ี
ในท่นี้แสดงความหมายแทนอิสรภาพ ข้อความท่ว่า “เสียเศวตฉัตรหงสา” จึงหมายถึง การเสียอิสรภาพ
ั
ให้แก่กรุงหงสาวดี ท้งนี้ เศวตฉัตร เป็นคำาท่บ่งลักษณะหรือคุณสมบัติของราชบัลลังก์ สื่อความหมาย
ี
ของความเป็นเอกราชท่ไม่ข้นตรงต่อใคร แม้ตามรูปศัพท์จะหมายถึงฉัตรสีขาวท่ปักกั้นเหนือพระท่นั่ง
ี
ึ
ี
ี
ของกษัตริย์ แต่การเสียเศวตฉัตรก็ไม่ได้หมายถึงการเสียฉัตรดังกล่าว แต่หมายถึงการเสียเอกราชนั่นเอง
์
ี
ปฏิพจน คือ การนำาคำาหรือวลีท่มีความหมายไม่สอดคล้องกันและดูเหมือน
จะขัดแย้งกันมาใช้ร่วมกันเพื่อให้เกิดผลเป็นพิเศษ (ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๔๕ : ๓๐๗) เช่น
จากความวุ่นวู่วามสู่ความว่าง จากความมืดมาสว่างอย่างเฉิดฉัน
จากความร้อนระอุเป็นเย็นนิรันดร์ ไม่รู้พลันพลิกเห็นเป็นความรู้
จาก (เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, ๒๕๔๔ : ๕๕)

