Page 21 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.5
P. 21

22




                        บทประพันธ์ข้างต้นกล่าวถึงอิเหนาเมื่อต้องพลัดพรากจากนางจินตะหราหลังจาก
           ี
                                                                      ั
          ท่ได้พบและตกหลุมรักนาง จะเห็นได้ว่ากวีมีการหลากคำา โดยปรากฏท้งคำาว่า “เยาวมาลย์” และคำาว่า
                  ั
                                                                                               ่
                                                                                            ็
                                                                                ้
          “อรไท” ท้ง ๒ คำาดังกล่าว หมายถึง นางจินตะหรา การหลากคำาในบทประพันธ์นีจึงแสดงใหเหนวา
                                                                                          ้
          กวีมีการเลือกสรรคำามาใช้เพื่อสร้างความหลากหลายของถ้อยคำาในบทประพันธ์
                                                           ์
                                      ี
                                                                                 ื
                         ๓)  วรรณศิลป์ท่เกิดจากการใช้ภาพพจน คือ การใช้สำานวนภาษาเพ่อให้เกิดภาพหรือ
          มีความหมายพิเศษ (ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๔๕ : ๑๘๒) การใช้ภาพพจน์มีผลต่อความสำาเริงอารมณ์
                                                  ำ
                    ำ
                                                         ี
                                                                                        ึ
              ู
          ของผ้อ่าน ทาให้เกิดความคิดและจินตนาการ ทาให้สิ่งท่เป็นนามธรรมเกิดเป็นรูปธรรมมากข้น สื่อสาร
          ความเข้มข้นทางอารมณ์มากขึ้น ตลอดจนช่วยให้กล่าวคำาน้อยแต่ได้ความมาก (กุหลาบ มัลลิกะมาส
          อ้างถึงใน สมเกียรติ รักษ์มณี, ๒๕๕๑ : ๗๑) โดยภาพพจน์ที่มักจะปรากฏใช้ในวรรณคดีและวรรณกรรม
          มีหลายประเภท ดังนี้
                                อุปมา คือ การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งให้คล้ายหรือเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่ง โดยมีคำาที่
          สื่อความหมายว่า “เหมือน” เป็นตัวเชื่อมแสดงความเปรียบ เช่น กล เปรียบ ประดุจ ดุจ ดั่ง เหมือน ราวกับ

          ราว เพียง เพี้ยง ฯลฯ (ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๕๒ : ๕๖๖) เช่น

                         นอนเถิดหนายาหยีพี่จะกล่อม          งามละม่อมมิ่งขวัญอย่าหวั่นไหว
                        คิรีรอบขอบเคียงเหมือนเวียงไชย       อยู่ร่มไม้เหมือนปราสาทราชวัง

                        เคยสำาเนียงเสียงนางสุรางค์เห่       มาฟังเรไรแซ่เหมือนแตรสังข์
                        เคยมีวิสูตรรูดกั้นบนบัลลังก์        มากำาบังใบไม้ในไพรวัน

                                                                             นิราศอิเหนา ของสุนทรภู่
                จาก (ชีวิตและงาน ของสุนทรภู่ ฉบับกรมศิลปากรตรวจสอบชำาระใหม่ของกรมศิลปากร, กองวรรณกรรมและ
                                                                    ประวัติศาสตร์, ๒๕๔๓ : ๑๔๖-๑๔๗)

                        บทประพันธ์ข้างต้นปรากฏการใช้ภาพพจน์อุปมา ดังจะเห็นได้ว่ามีการเปรียบเทียบ

                            ี
                                                      ี
             ี
          สิ่งท่มีอยู่ในป่ากับสิ่งท่มีอยู่ในวัง ได้แก่ เปรียบภูเขาท่รายล้อมอยู่เหมือนบ้านเมือง เปรียบร่มไม้เหมือน
          ปราสาทราชวัง เปรียบเสียงเรไรเหมือนแตรสังข์ในการประโคมดนตรีตามแบบแผนของราชสำานัก
                                                  ำ
                                             ำ
          เนื้อหาของบทประพันธ์ข้างต้นเป็นบทราพึงราพันของอิเหนาเมื่อต้องพลัดพรากจากนางบุษบา
          เมื่อองค์ปะตาระกาหลาบันดาลให้ลมหอบนางบุษบาไป สุนทรภู่ถ่ายทอดความคิดคำานึงของอิเหนาเมื่อนึกถึง
               ี
          คราวท่ร่วมใช้ชีวิตในป่ากับนางบุษบา การใช้ภาพพจน์อุปมาในบทประพันธ์นี้จึงเป็นการสื่อความหมายว่า
          แม้ในป่าจะไม่มีความสะดวกสบาย แต่อิเหนาก็จะคอยดูแลนางอย่างใกล้ชิด แม้จะไม่สะดวกสบายเท่ากับ

          ตอนอยู่ในวัง แต่เมื่อทั้งคู่ได้อยู่ร่วมกันก็มีความสุขได้เช่นกัน
                                                                         ี
                                อุปลักษณ คือ การกล่าวเปรียบโดยตรงระหว่างสิ่งท่มีคุณสมบัติร่วมบางประการ
                                        ์
                                                                                       ิ
                                                                                    ั
                             ่
                                                      ี
                                                 ี
          ของสองสงหรอมากกวานั้น โดยมีคำาแสดงเปรยบเทยบวา เปน คือ เท่ากับ ฯลฯ (ราชบณฑตยสถาน,
                  ่
                  ิ
                                                             ็
                                                         ่
                     ื
          ๒๕๕๒ : ๕๖๙) เช่น
   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25   26