Page 18 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.5
P. 18
19
จากบทประพันธ์ข้างต้น จะเห็นได้ว่า ในโคลงแต่ละบาทกวีได้เลือกสรรถ้อยคำาท่มีเสียง
ี
ี
พยัญชนะต้นเป็นเสียงเดียวกันเกือบจะท้งหมด ในบาทท่ ๑ เป็นการเล่นสัมผัสเสียงพยัญชนะ /จ/ ใน
ั
บาทที่ ๒ เป็นการเล่นสัมผัสเสียงพยัญชนะ /ร/ ในบาทที่ ๓ เป็นการเล่นสัมผัสเสียงพยัญชนะ /ซ/ และใน
บาทที่ ๔ เป็นการเล่นสัมผัสเสียงพยัญชนะ /น/ ลักษณะเช่นนี้นอกจากจะเป็นการเพิ่มความไพเราะให้แก่
บทประพันธ์แล้ว ยังถือเป็นการแสดงฝีมือและชั้นเชิงด้านการประพันธ์ของกวีอีกด้วย
์
การเล่นเสียงวรรณยุกต คือ การเล่นเสียงสูงตำ่าคล้ายการผันเสียงวรรณยุกต์
ื
ำ
ึ
มีจุดมุ่งหมายเพ่อสร้างความหลากหลายของระดับเสียงสูงตำ่า ซ่งจะทาให้เกิดความไพเราะด้านเสียง
โดยตรง (ธเนศ เวศร์ภาดา, ๒๕๔๙ : ๑๙) เช่น
พรียพลรนร่นร้น พลเขา
ปีนป่ายทลายทลวงเผา เผ่าเผ้า
สท้านท่านทานเรา ดูยาก
ลอมล่อมล้อมฟางเข้า จ่อข้ายขจายลง
โคลงอักษรสามหมู่
จาก (กรมศิลปากร, ๒๕๔๕ : ๖๔๕)
บทประพันธ์ข้างต้นปรากฏการเล่นเสียงวรรณยุกต์ โดยมีการไล่เสียงวรรณยุกต์ ๓ ระดับ
คือ “รน - ร่น - ร้น” “เผา - เผ่า - เผ้า” “(ส)ท้าน - ท่าน - ทาน” และ “ลอม - ล่อม - ล้อม” การเล่นเสียง
วรรณยุกต์ในบทประพันธ์นี้นอกจากจะเป็นการสร้างความไพเราะอันเกิดจากการเล่นเสียงวรรณยุกต์แล้ว
ยังเป็นการแสดงฝมือและชั้นเชิงด้านการประพนธของกวอีกด้วย เพราะสะทอนให้เหนถึงความสามารถ
ี
ี
ั
้
์
็
ในการนำาคำาท่มีเสียงวรรณยุกต์ต่างกันมาใช้ร่วมกันในบทประพันธ์ได้อย่างสอดคล้องกลมกลืนและ
ี
สื่อความหมายได้ตรงตามเนื้อความอีกด้วย
ี
๒) วรรณศิลป์ท่เกิดจากการใช้คา คือ ศิลปะในการร้อยเรียงถ้อยคำาในบทประพันธ์
ำ
เพ่อสร้างความไพเราะของเสียงและความคมคายของความหมาย โดยการใช้ถ้อยคำาในลักษณะต่าง ๆ
ื
ได้แก่ การซ้าคำา การเล่นคำา การใช้คำาซ้า และการหลากคำา ดังนี้
ำ
ำ
ำ
การซำาคา คือ การใช้คำาหรือวลีเดิมซำ้า ๆ กันในหลายตาแหน่งของบทประพันธ์
้
ำ
ั
ถ้อยคำาท่ใช้ซำ้ากันนั้นเป็นคำาท่เขียนเหมือนกันและมีความหมายเดียวกัน ท้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพ่อเน้นยำ้า
ี
ี
ื
เนื้อความหรืออารมณ์ หรือเพื่อแจกแจงให้เห็นรายละเอียด เช่น
งามพักตร์ยิ่งชั้นมหาราช งามวิลาสล้านางในดึงสา
ำ
งามเนตรยิ่งเนตรในยามา งามนาสิกล้าในดุษฏี
ำ
งามโอษฐ์งามกรรณงามปราง ยิ่งนางในนิมาราศี
งามเกศยิ่งเกศกัลยาณี อันมีในชั้นนิรมิต
บทละคร เรื่อง รามเกียรติ์
จาก (ห้องสมุดดิจิทัลวัชรญาณ, ม.ป.ป.)

