Page 20 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.5
P. 20
21
ำ
ำ
การใช้คำาซ้า คือ การนำาคำาซ้ามาใช้ในบทประพันธ์ คำาซ้าในที่นี้หมายถึง คำาที่สร้าง
ำ
ิ
ื
ำ
ั
ึ
เพ่มข้นโดยการออกเสียงซ้าคำาเดิมให้ต่อเนื่องกัน ในการเขียนร้อยแก้วโดยท่วไปจะใช้เคร่องหมาย
ไม้ยมก (ๆ) เติมหลังคำาเดิม แต่ในบทประพันธ์ร้อยกรองมักเขียนรูปเต็มของคำาท่ซ้านั้น คำาซ้ามักมี
ำ
ำ
ี
ึ
ิ
ความหมายต่างไปจากคำาเดิม เช่น แสดงความหนักแน่นเพ่มข้น แสดงความเป็นพหูพจน์ แสดงความ
ั
ำ
ต่อเนื่อง แสดงความไม่แน่นอน การนำาคำาซ้ามาใช้ในบทประพันธ์จึงให้ผลท้งในแง่ของการสื่อความหมาย
เช่น
บนประธมลมเฉื่อยเรื่อยเรื่อยรื่น กระพือผืนผ้าปลิวหวิวหวิวไหว
ำ
ำ
ำ
เสียงฮือฮือรื้อร่ายังค่าไป อนาถใจจนสะอื้นกลืนน้าตา
นิราศพระประธม ของสุนทรภู่
จาก (ชีวิตและงาน ของสุนทรภู่ ฉบับกรมศิลปากรตรวจสอบชำาระใหม่ ของกรมศิลปากร, กองวรรณกรรม
และประวัติศาสตร์, ๒๕๔๓ : ๓๑๑)
ื
บทประพันธ์ข้างต้นมีการใช้คำาซำ้าเพ่อสื่อให้เห็นถึงความต่อเนื่อง กล่าวคือ ใช้คำาว่า
“เรื่อยเรื่อย” “หวิวหวิว” และ “ฮือฮือ” เพื่อแสดงลักษณะของลมที่พัดผ่านบนเจดีย์พระประธม (วัดพระปฐม-
ำ
เจดีย์) อย่างต่อเนื่องและคงท่ คำาซ้าในบทประพันธ์ข้างต้นนี้จึงมีผลในการสร้างภาพของบรรยากาศ
ี
แวดล้อมบริเวณนั้นให้เกิดขึ้นในความคิดของผู้อ่านได้
ี
การหลากคา คือ การนำาคำาท่มีความหมายเหมือนกันมาใช้ร่วมกันในตาแหน่ง
ำ
ำ
ต่าง ๆ ของบทประพันธ์ เพ่อใช้กล่าวถึงส่งเดียวกันหรือบุคคลเดียวกันด้วยถ้อยคำาท่หลากหลาย
ี
ื
ิ
หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การใช้คำาไวพจน์ ดังเช่นการกล่าวถึงดอกไม้ด้วยคำาว่า บุปผา ผกา มาลี โกสุม
บุหงา ฯลฯ การกล่าวถึงแผ่นดินด้วยคำาว่า ภูมิ ธรณี ปฐพี ธาตรี ธรา ฯลฯ หรือการกล่าวถึงท้องฟ้า
ด้วยคำาว่า นภา เวหา อัมพร ทิฆัมพร คัคนานต์ ฯลฯ การหลากคำาหรือการใช้คำาไวพจน์ช่วยให้หลีกเลี่ยง
ู
ึ
ำ
จากการใช้คำาซ้าซาก ซ่งจะทาให้บทประพันธ์น่าเบ่อ ท้งยังแสดงความรอบร้และคลังคำาของกวีได้อีกด้วย
ั
ื
ำ
เช่น
เมื่อนั้น พระโฉมยงวงศ์อสัญแดหวา
แต่จากเยาวมาลย์ช้านานมา ไม่วายถวิลหาอาลัย
ยามเข้าไสยาในราตรี ยิ่งทวีทุกข์ทนหม่นไหม้
บรรทมชมเชยแต่สไบ แทนองค์อรไททุกเวลา
บทละครเรื่อง อิเหนา
จาก (บทละครเรื่อง อิเหนา พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย, ๒๕๕๘ : ๑๐๘-๑๐๙)

