Page 29 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.5
P. 29
30
กระจงกระจิดเตี้ย วิ่งเรี่ยเรี่ยน่าเอ็นดู
เหมือนกวางอย่างตาหู มีเขี้ยวน้อยสร้อยแนมสอง
กระจงกระจิดหน้า เอ็นดู
เดินร่อยเรี่ยงามตรู กระจ้อย
เหมือนกวางอย่างตาหู ตีนกีบ
มีเคี่ยวขาวน้อยช้อย แนบข้างเคียงสอง
กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง
จาก (แนวการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม เล่ม ๓ ของกระทรวงศึกษาธิการ,
สำานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ๒๕๔๘ : ๓๙)
่
ิ
ี
ั
้
่
้
่
ู
บทประพนธ์ขางต้นปรากฏถ้อยคำาทสือจนตภาพทงในด้านรปรางลักษณะและ
ั
การเคลื่อนไหว กล่าวคือ กวีใช้คำาว่า “กระจิด” “เต้ย” “กระจ้อย” ซ่งมีความหมายบ่งบอกขนาด เมื่อใช้
ี
ึ
ำ
ขยายลักษณะของกระจงแล้ว ทาให้สามารถจินตนาการได้ว่าสัตว์ชนิดดังกล่าวมีขนาดเล็ก ๆ น่าเอ็นดู
ี
ี
ี
ี
และเมื่อใช้ร่วมกับคำาว่า “ว่งเร่ยเร่ย” ก็จะให้ภาพของสัตว์ตัวเล็ก ๆ ท่เคลื่อนท่อย่างคล่องแคล่วไปบน
ิ
พื้นดิน นอกจากนี้แล้วกวียังใช้การเปรียบเทียบโดยกล่าวว่า กระจงมีตา หู และเท้าคล้ายกับกวาง เพื่อให้
ผู้อ่านที่ไม่เคยเห็นสัตว์ชนิดนี้สามารถจินตนาการตามได้โดยไม่ยาก
ี
ู
ึ
ู
๒) รสวรรณคด คือ ปฏิกิริยาทางอารมณ์ท่เกิดข้นในใจของผ้อ่านเมื่อได้รับร้อารมณ์
ี
ู
ี
ท่กวีได้ถ่ายทอดออกมาในบทประพันธ์ ในวรรณคดีไทยนอกจากผ้อ่านจะได้รับรสจากถ้อยคำาท่กวี
ี
ี
ี
เลอกใชและความหมายทคมคายแล้ว ยังเกิดจากลีลาการประพนธหรอกวโวหารทสัมพนธกับเนือหา
ื
์
ื
้
้
่
ี
์
ั
่
ั
(สุจิตรา จงสถิตวัฒนา, ๒๕๔๙ : ๗๑-๗๘) ซ่งมีด้วยกัน ๔ ลักษณะ ได้แก่ เสาวรจนี นารีปราโมทย์
ึ
พิโรธวาทัง สัลลาปังคพิสัย
เสาวรจนี มีลีลาในเชิงชื่นชมความงดงาม โดยอาจจะเป็นความงามของตัวละคร
ที่เป็นมนุษย์ สัตว์ สิ่งของ หรือสถานที่ก็ได้ เช่น
ำ
เจ้าร่างน้อยนอนนิ่งบนเตียงต่า คมขำางามแชล่มแจ่มใส
คิ้วคางบางงอนอ่อนละไม รอยไรเรียบรับระดับดี
ผมเปลือยเลื้อยประลงจนบ่า งอนปลายเกศาดูสมศรี
ที่นอนน้อยน่านอนอ่อนดี มีหมอนข้างคู่ประคองเคียง
จาก (เสภา เรื่อง ขุนช้างขุนแผน, ๒๕๔๕ : ๓๗๓)

