Page 116 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.5
P. 116
P A1 A2 S
G P 117
บทประพันธ์ข้างต้นเป็นการใช้ภาพพจน์ประเภทอุปมาเพื่อแสดงการเปรียบเทียบว่าการที่
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถสามารถเอาชนะข้าศึกได้ด้วยพระองค์เองโดย
ปราศจากเหล่าแม่ทัพนายกองนั้น เหมือนกับการที่พระพุทธเจ้าสามารถเอาชนะหมู่มารที่มาผจญพระองค์
ณ โพธิบัลลังก์ได้สำาเร็จ ความเปรียบดังกล่าวมีความคมคาย ดังจะเห็นได้จากเนื้อเรื่องว่าความเปรียบนี้
สร้างความยินดีให้แก่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเมื่อทรงได้รับฟัง และทำาให้พระองค์พระราชทานอภัยโทษ
ให้กับเหล่าแม่ทัพนายกองที่ติดตามพระองค์ไปไม่ทัน
อุปลักษณ์ เช่น
หัสดินปิ่นธเรศไท้ โททรง
คือสมิทธิมาตงค์ หนึ่งอ้าง
หนึ่งคือคิริเมขล์มง คลอาสน์ มารเอย
เศียรส่ายหงายงาคว้าง ไขว่แคว้งแทงโถม
บทประพันธ์ข้างต้นเป็นการใช้ภาพพจน์ประเภทอุปลักษณ์เพื่อแสดงการเปรียบเทียบว่า
ช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชคือ “สมิทธิมาตงค์” ซึ่งแปลตามศัพท์ได้ว่าช้างที่มีฤทธิ์พร้อม
อันหมายถึง ช้างทรงของพระอินทร์ หรือ ช้างเอราวัณ นั่นเอง ในขณะเดียวกันก็เปรียบเทียบว่าช้างทรง
ของพระมหาอุปราชาคือ “คิริเมขล์” ซึ่งเป็นชื่อช้างทรงของพญาวสวัตตีมารที่มาผจญพระพุทธเจ้า ณ
โพธิบัลลังก์
อติพจน์ เช่น
พระคุณตวงเพียบพื้น ภูวดล
เต็มตรลอดแหล่งบน บ่อนใต้
พระเกิดพระก่อชนม์ ชุบชีพ มานา
เกรงบ่ทันลูกได้ กลับเต้าตอบสนอง
บทประพันธ์ข้างต้นเป็นการใช้ภาพพจน์แบบอติพจน์ โดยกล่าวว่าพระคุณของ
พระเจ้ากรุงหงสาวดีที่มีต่อพระมหาอุปราชานั้น หากจะใช้พื้นดินเป็นเครื่องวัดตวง ก็คงจะเต็มตลอดทั้ง
ทิศเหนือจรดทิศใต้ เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นผู้ให้กำาเนิดและเลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่ การกล่าวถึงพระคุณ
ของบิดาโดยใช้ความเปรียบแบบอติพจน์หรือการกล่าวเกินจริงนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงพระคุณ
อันมากล้นของบุพการี

