Page 120 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.5
P. 120
G P 121
P A1 A2 S
๒. ความเชื่อเรื่องเคราะห์กรรมและลางร้าย ดังจะเห็นได้จากพฤติกรรมของพระมหาอุปราชา
ผู้ต้องประสบกับเคราะห์และลางร้ายอยู่ตลอดทั้งเรื่อง ดังจะเห็นได้จากในตอนต้นเรื่อง เมื่อได้รับ
พระราชบัญชาจากพระเจ้ากรุงหงสาวดีให้ยกทัพไปตีกรุงศรีอยุธยา พระมหาอุปราชาได้กราบทูลต่อ
พระเจ้ากรุงหงสาวดีว่า “...ข้อยผู้ข้าบาทบงสุ์ โหรควรคงทำานาย ทายพระเคราะห์ถึงฆาต...” แสดงให้เห็น
ว่าพระองค์ทรงเชื่อในเรื่องเคราะห์กรรมจนทำาให้เกิดความครั่นคร้ามที่จะทำาสงครามในครั้งนี้ แต่ก็มีความ
จำาเป็นที่จะต้องยกทัพไปตามพระราชบัญชาของพระราชบิดา
นอกจากนี้แล้ว เมื่อพระมหาอุปราชาเดินทัพไปจนถึงตำาบลพนมทวน ก็ได้เกิดเหตุการณ์อันเป็น
ลางร้ายขึ้นกับพระองค์อีกครั้ง ดังจะเห็นได้จากบทประพันธ์ที่ว่า
เกิดเป็นหมอกมืดห้อง เวหา หนเฮย
ลมชื่อเวรัมภา พัดคลุ้ม
หวนหอบหักฉัตรา คชขาด ลงแฮ
แลธุลีกลัดกลุ้ม เกลื่อนเพี้ยงจักรผัน
บทประพันธ์ข้างต้นกล่าวถึงลมเวรัมภาอันเป็นลมที่พัดด้วยอำานาจของเวรกรรม ทำาให้ฉัตรที่กั้น
อยู่บนหลังช้างทรงของพระมหาอุปราชาหักลง เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นลางร้ายที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็น
ความเชื่อที่มีอยู่ในสังคมไทย กวีได้นำามาใช้เป็นส่วนหนึ่งเพื่อให้เห็นชะตากรรมอันน่าเห็นใจของตัวละคร
๓. ความเชื่อเกี่ยวกับความฝัน ความเชื่อของไทยที่มีมาแต่โบราณเชื่อว่าความฝันแบ่งเป็น
๔ อย่าง ได้แก่ บุพนิมิต คือ ฝันที่เป็นลางบอกเหตุ จิตนิวรณ์ คือ ฝันเพราะกังวลใจ เทพสังหรณ์ คือ
ฝันเพราะเทวดาบันดาล และธาตุโขภ คือ ฝันเพราะธาตุในร่างกายผิดปกติ ลิลิตตะเลงพ่าย
ปรากฏความเชื่อดังกล่าวดังจะเห็นได้จากบทประพันธ์ที่ว่า
เทวัญแสดงเหตุให้ สังหร เห็นแฮ
เห็นกระแสสาคร หลั่งล้น
ไหลลบวนาดอน แดนตก ทิศนา
พระแต่เพ่งฤๅพ้น ที่นำ้านองสาย
บทประพันธ์ข้างต้นกล่าวว่าความฝันของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจัดเป็นความฝันที่เรียกว่า
เทพสังหรณ์ ซึ่งเทวดาดลบันดาลให้ฝันเพื่อบอกถึงเหตุการณ์สำาคัญที่กำาลังจะเกิดขึ้น คือ การที่สมเด็จ-
พระนเรศวรมหาราชสามารถเอาชนะพระมหาอุปราชาในการทำาสงครามยุทธหัตถีได้สำาเร็จ

