Page 113 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.5
P. 113
114 G P A1 A2 S
P
คุณค่าด้านวรรณศิลป์
๑. วรรณศิลป์ที่เกิดจากการใช้เสียงของคำา
การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ เช่น
กรตระกองกอดแก้ว เรียมจักร้างรสแคล้ว
คลาดเคล้าคลาสมร
จำาใจจรจากสร้อย อยู่แม่อย่าละห้อย
ห่อนช้าคืนสม แม่แล
บทประพันธ์ข้างต้นจะเห็นว่ามีการเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะในแต่ละวรรคของทั้ง ๒ บท
ดังจะเห็นได้ว่าบทที่ ๑ ในวรรคแรก เล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะเสียง /ก/ คำาว่า กร-กอง-กอด-แก้ว
วรรคที่ ๒ เล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะเสียง /ร/ คำาว่า เรียม-ร้าง-รส วรรคที่ ๓ เล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ
เสียง /คล/ ระหว่างคำาว่า คลาด-เคล้า-คลา
บทที่ ๒ ในวรรคแรก เล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะเสียง /จ/ คำาว่า จำา-ใจ-จร-จาก วรรคที่ ๒
เล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะเสียง /ย/ คำาว่า อยู่-อย่า
ลักษณะเช่นนี้ช่วยเพิ่มความไพเราะให้แก่บทประพันธ์
นอกจากจะเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะในลักษณะที่เป็นสัมผัสภายในวรรคดังตัวอย่าง
ที่นำาเสนอไปข้างต้นแล้ว ยังปรากฏการเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะในลักษณะที่เป็นการสัมผัสระหว่างวรรค
อีกด้วย ดังจะเห็นได้จากบทประพันธ์ต่อไปนี้
อ้าไทภูธเรศหล้า แหล่งตะเลง โลกฤๅ
เผยพระยศยินเยง ย่านแกล้ว
สิบทิศทั่วลือละเวง หวั่นเดช ท่านนา
ไป่เริ่มรอฤทธิแผ้ว เผือดกล้าแกลนหนี
บทประพันธ์ข้างต้น จะเห็นได้ว่ากวีได้นำาคำาที่มีเสียงพยัญชนะต้นเป็นเสียงเดียวกันมาใช้เป็น
สัมผัสระหว่างวรรคในโคลงแต่ละบาท ลักษณะดังกล่าวมิได้เป็นข้อกำาหนดทางฉันทลักษณ์ แต่กวีได้
เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อให้บทประพันธ์มีคุณลักษณะพิเศษ ที่นอกจากจะเพิ่มความไพเราะให้มากยิ่งขึ้นแล้ว
ยังเป็นการแสดงชั้นเชิงการประพันธ์ของกวีให้เป็นที่ประจักษ์ได้อีกด้วย

