Page 109 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.5
P. 109

110      G    P A1 A2 S
                     P


                                          อ่านพินิจ คิดพิจารณ์




                                    เรามาร่วมกันวิเคราะห์คุณค่าจากการอ่านกันนะครับ

              บทวิเคราะห์


               ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นวรรณคดีที่มีคุณค่าในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านเนื้อหา ด้านวรรณศิลป์
          ด้านอารมณ์ และด้านสังคมและวัฒนธรรม ตลอดจนมีข้อคิดที่สามารถนำาไปประยุกต์
          ใช้ได้ในชีวิตประจำาวัน ดังนี้


                               ้
                               ื
                   คุณค่าด้านเนอหา

               ๑. แสดงวีรกรรมอันน่ายกย่องของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แนวคิดสำาคัญที่ลิลิตตะเลงพ่าย
          ต้องการนำาเสนอ คือ การยกย่องพระเกียรติยศของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจากชัยชนะในการทำา
          ยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาแห่งกรุงหงสาวดี เหตุการณ์นี้จึงแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของสมเด็จ-

          พระนเรศวรมหาราชได้อย่างชัดเจน ดังจะเห็นได้จากบทประพันธ์ตอนหนึ่งว่า




              ...ด้าวศึกสู้สองสาร ราญศึกสู้สองไท้ ไร้พิริยแห่ห้อม พร้อมแต่กลางควาญคช กำาหนด
              สี่โดยเสด็จ เห็จเข้าใกล้กองหน้า ข้าศึกดูดาษเดียร ธระเมียรหมู่ดัสกร มอญพม่าดาดื่น
              เดินดุจคลื่นคลาฟอง นองน่านในอรรณเวศ ตรัสทอดพระเนตรเนืองบร ไล่โรมรอนทวยสยาม

              หลามเหลือหลั่งคั่งคับ ซับซ้อนแทรกสับสน ยลบเป็นทัพเป็นกอง ธก็ไสสองสารทรง
              ตรงเข้าถีบเข้าแทง ด้วยแรงมันแรงกาย หงายงาเสยสารเศิก เพิกพังพ่ายบ่ายตน ปนปะไปไขว่คว้าง

              ช้างศึกได้กลิ่นมัน  หันหัวหกตกกระหม่า  บ่ากันเลี่ยงกันหลบ  ประทบประทะอลวน
              สองคชชนชาญเชี่ยว เรี่ยวรณรงค์เริงแรง แทงถีบฉัดตะลุมบอน พม่ามอญตายกลาด...



               บทประพันธ์ข้างต้นแสดงให้เห็นว่า แม้กองทัพของพม่าจะมีจำานวนมากสักเท่าใด และแม้สมเด็จ-
          พระนเรศวรมหาราชจะตกอยู่ในวงล้อมของข้าศึกโดยไร้แม่ทัพนายกองคอยช่วยเหลือ แต่พระองค์ก็มิได้

          ทรงย่อท้อหรือเสียกำาลังใจ แต่กลับสู้รบด้วยความกล้าหาญชาญชัยและเด็ดเดี่ยว อันเป็นวีรกรรมที่
          น่ายกย่องสรรเสริญ

               ขณะที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงตกอยู่ในวงล้อมข้าศึก พระองค์ทรงใช้วาทศิลป์และจิตวิทยา
          ในการรบ โดยกล่าวยกย่องพระเกียรติของพระมหาอุปราชาว่า มีพระเกียรติแผ่ไปทั้งสิบทิศ แล้วทรงเชิญ
          พระมหาอุปราชากระทำายุทธหัตถี โดยตรัสโน้มน้าวว่า การทำายุทธหัตถีครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายและจะ

          เลื่องลือไปตราบนานเท่านาน การทำายุทธหัตถีเป็นการละเล่นที่สร้างความสำาราญอย่างหนึ่งของผู้เป็นกษัตริย์
   104   105   106   107   108   109   110   111   112   113   114