Page 107 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.5
P. 107

108      G    P A1 A2 S




                 เพิ่มเติมเสริมความรู้

                                       พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์

                 พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ ตั้งอยู่ที่ตำาบลดอนเจดีย์ อำาเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี
           เป็นอนุสรณ์สถานสำาคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทย แสดงถึงพระวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระ-
           นเรศวรมหาราชที่ทรงกระทำายุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า

                 จากหลักฐานปรากฏในพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ เล่มที่ ๒ กล่าวถึงเหตุการณ์
           ตอนที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชชนช้างกับพระมหาอุปราชาที่ตำาบลหนองสาหร่าย เมื่อวันจันทร์

           เดือนยี่ แรม ๒ คำ่า ปีมะโรง จุลศักราช ๙๕๔ (พ.ศ. ๒๑๓๕)
                 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำารงราชานุภาพทรงสนพระทัยเป็นอย่างมาก จึงสั่งให้
           พระยาสุนทรบุรี (อี้ กรรณสูต) สมุหเทศาภิบาลมณฑลนครไชยศรีสืบหาตำาบลหนองสาหร่ายและเมื่อ

           ได้พบเจดีย์โบราณในสภาพทรุดโทรมหักพัง จึงได้ถวายรายงานสมเด็จฯ กรมพระยาดำารงราชานุภาพ
           และได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทราบ ซึ่งต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๕๖

           พระองค์ได้เสด็จพระราชดำาเนินสักการะบวงสรวงเจดีย์แห่งนี้
                 พ.ศ. ๒๔๙๘ กรมศิลปากร โดยคณะกรรมการบูรณะอนุสรณ์ดอนเจดีย์ได้เริ่มทำาการบูรณะ
           องค์เจดีย์แบบลังกา ทรงกลมใหญ่ สูง ๖๖ เมตร ฐานกว้างด้านละ ๓๖ เมตร ครอบเจดีย์องค์เดิมไว้

           และสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระคชาธารออกศึกหล่อด้วยสัมฤทธิ์
           ถือพระแสงของ้าว หล่อด้วยโลหะรมดำา ฐานล่างสลักภาพนูนตำ่าเป็นภาพยุทธหัตถีและภาพตอนประกาศ

           อิสรภาพ กว้าง ๒.๙๐ เมตร ยาว ๕.๔๕ เมตร สูง ๗.๐๐ เมตร ออกแบบและปั้นโดย ศาสตราจารย์ศิลป์
           พีระศรี
                 รัฐบาลได้กำาหนดให้วันที่ ๒๕ มกราคม ของทุกปีเป็นวันกองทัพไทย โดยถือเป็นวันที่ระลึกใน

           วาระที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำายุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า และกำาหนดให้
           เป็นงานรัฐพิธีถวายพวงมาลาเป็นราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์และสมเด็จพระนเรศวร-

           มหาราช แต่ต่อมาจากการคำานวณเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ที่ระบุว่า การกระทำายุทธหัตถี
           เมื่อวันจันทร์ เดือนยี่ แรม ๒ คำ่า ปีมะโรง จุลศักราช ๙๕๔ (พ.ศ. ๒๑๓๕) มีความคลาดเคลื่อน
           ซึ่งใน พ.ศ. ๒๕๔๙ คณะรัฐมนตรีมีมติเปลี่ยนวันกระทำายุทธหัตถีให้ตรงกับวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๑๓๕

           และถือเป็นวันกองทัพไทยตั้งแต่บัดนั้น
                                                                        จาก (ทัศนีย์ เทพไชย, ม.ป.ป.)
   102   103   104   105   106   107   108   109   110   111   112