Page 39 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน หลัภภาษาไทย ม.5
P. 39

๔๐      G    P P  A1 A2 S



                                            ั
                    ื
               การส่อสารในชีวิตประจําวันบางคร้งอาจไมปรากฏภาคประธาน หรือขาดบางสวนของภาคแสดง
          หากสามารถสื่อสารไดเกิดความเขาใจก็จะเปนประโยคได (บรรทัดฐานภาษาไทย เลม ๓ : ชนิดของคํา วลี
                                                                                       ั
          ประโยคและสัมพันธสาร ของกระทรวงศึกษาธิการ, สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นพ้นฐาน,
                                                                                          ื
          สํานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, สถาบันภาษาไทย, ๒๕๖๔ : ๙๒-๙๕)  เชน
                      ไปรับประทานอาหารกัน

                      พูดเบา ๆ หนอยสิ

                      โทรถามเขาหรือยัง

               จากตัวอยางขอความขางตน หากพิจารณาจะพบวาปรากฏแตเพียงกริยาวลี แตผรับสารสามารถ
                                                                                   ู
          เขาใจไดวาประธานของประโยคนั้นหมายถึงใคร ลักษณะเชนนี้ก็จัดวาเปนประโยคไดเชนกัน

                              ิ
                                                                   ึ
                                                                                       ิ
               นอกจากนี้การเพ่มคําในประโยคทําใหความหมายชัดเจนข้น บางประโยคอาจเพ่มคําเชื่อม
          ในประโยคเพื่อเชื่อมความเขาดวยกัน เชน
                      ครั้นเขาทําการบานเสร็จเขาก็เขานอน

                      พอฉันออกจากบานฝนก็ตก
                      พอชอบรองเพลงแตแมชอบดูละคร

                      เพราะเขาใจดีฉันจึงรักเขา

                          ั
                                                          ื
               คําเชื่อม  คร้น...ก็  พอ...ก็  แต  เพราะ...จึง  เช่อมประโยคยอย ๒ ประโยค ใหเปนใจความ
          เดียวกันการรวมประโยคโดยใชคําเชื่อมอาจทําใหประโยคหนึ่งกลายเปนสวนประกอบของอีก
          ประโยคหนึ่งได เชน

               ชาวนาหวานกลาที่เตรียมไวหลังจากฝนที่แลงไปนานเริ่มตก

                          
                                     
                                                                                    ี
                                                                                 ี
                                                                                 ่
                    “ทแลงไปนาน” เปนสวนประกอบหนึ่งของประโยค “ชาวนาหวานกลาทเตรยมไวหลังจาก
                                                                         
                                                                                         
                       ่
                       ี
          ฝนเริ่มตก”
               ฉะนั้น สวนประกอบของประโยคอาจเปนดังนี้
               ๑.  ชาวนาหวานกลา
               ๒.  ชาวนาหวานกลาหลังจากฝนเริ่มตก
               ๓.  ชาวนาหวานกลาที่เตรียมไวหลังจากฝนเริ่มตก


               ๔.  ชาวนาหวานกลาที่เตรียมไวหลังจากฝนที่แลงไปนานเริ่มตก

                                                                                 ึ
                                                                                         
                                                 
                        ี
               การรอยเรยงประโยคใหมีสวนประกอบตาง ๆ ชวยสือความหมายใหชัดเจนยิ่งขน และเปนศิลปะ
                                                       
                                                                                 ้
                                                                        
                                                           ่
          อยางหนึ่งของการใชถอยคําในประโยค
   34   35   36   37   38   39   40   41   42   43   44