Page 37 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน หลัภภาษาไทย ม.5
P. 37
๓๘ G P A1 A2 S S
การสรางคําในภาษาไทยมีหลากหลายวิธีการ เกิดการสรางคําใหมดวยวิธีการตาง ๆ และพัฒนาไป
อยางไมหยุดยั้งตามความเจริญกาวหนาของสังคมและวัฒนธรรม ในครั้งหนึ่งเรารูจักคําวา “รถไฟ” ตอมา
เรารจักการประสมคําใหมวา “รถไฟฟา” และ “รถไฟฟาใตดิน” หรือเราทับศัพท Metaverse วา
ู
“เมตาเวิรส” และราชบัณฑิตยสภาไดประกาศศัพทบัญญัติของคํานี้วา “จักรวาลนฤมิต” ดวยเหตุนี้
จะเห็นวาการสรางคําจะอยูคูกับการใชภาษาของมนุษยตลอดเวลาและไมสามารถแยกจากกันได
กิจกรรมการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning)
๑. นักเรียนแบงกลุมรวมกันรวบรวมคําและจัดหมวดหมูวิธีการสรางคําท่ไดศึกษา แลวบอกวิธีการ
ี
พิจารณา และลักษณะการสรางคําที่ปรากฏ พรอมนําเสนอหนาชั้นเรียน
๒. นักเรียนสืบคนและรวบรวมศัพทบัญญัติจากเว็บไซตราชบัณฑิตยสภา แลวนํามาพิจารณาวามีการ
บัญญัติศัพทในลักษณะใด (บัญญัติโดยใชคําไทยแท บัญญัติโดยใชคําภาษาบาลี-สันสกฤต
หรือคําทับศัพท) จากนั้นผลัดกันนําเสนอหนาชั้นเรียน
รวมกันคิด รวมกันตอบ ตรวจสอบความเขาใจ
๑. คําประสมกับคําซอนมีลักษณะตางกันอยางไร
๒. นักเรียนพิจารณาคําตอไปนี้ แลวแยกวาคําใดเปนคําซอนหรือคําประสม
หัวใจ ลูกเรือ แปรเปลี่ยน ปากคอ ปากหนัก
ผลักดัน แขงขา มือบอน ขาจร ลูกหลาน
๓. พิจารณาคําซํ้าในขอความตอไปนี้วามีความหมายลักษณะใด
๑) ผมก็คิด ๆ อยูเหมือนกันวาจะลองติดตอกลับไป
๒) ไป ๆ มา ๆ ฉันก็ไมไดไปตางประเทศเสียที
๔. นักเรียนพิจารณาคําตอไปนี้ แลวแยกวาคําใดเปนคําสมาสแบบไมมีสนธิกับคําสมาสแบบมีสนธิ
โกสินทร คติพจน ชนมายุ ยุทธภูมิ ญาณวิทยา
มไหศวรรย บงกชกร พลาธิการ สวรรคาลัย ปยชาติ
๕. นักเรียนสืบคนและเขียนศัพทบัญญัติตอไปนี้ใหถูกตอง
Innovation Vision Seminar Democracy Copyright

