Page 24 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.2
P. 24
24
บทประพันธ์ข้�งต้นม�จ�กวรรณคดี เรื่อง ก�กีกลอนสุภ�พ เป็นก�รพรรณน�อ�รมณ์
ของพญ�ครุฑและน�งก�กีเมื่อตกอยู่ในภวังค์แห่งคว�มรัก จะเห็นได้ว่�กวีมีก�รหล�กคำ�ที่ใช้กล่�วถึง
น�งก�กี โดยใช้คำ�ว่� “วรน�ฏ” “สุด�จันทร์” “นฤมล” “กัลย�” แต่ในขณะเดียวกันก็มีก�รเล่นคำ�อีกลักษณะ
หนึ่งด้วย นั่นคือก�รซำ้�คำ� ดังปร�กฏคำ�ว่� “ครุฑ” และ “ลืม” ซำ้�กันในบทประพันธ์แต่ละบ�ท
ำ
บทประพันธ์นี้จึงเป็นตัวอย่�งของก�รเล่นคำ�ที่มีผลทั้งก�รเน้นย้�เนื้อคว�มและอ�รมณ์ ตลอดจน
คว�มหล�กหล�ยของถ้อยคำ�ที่เลือกใช้ ซึ่งทำ�ให้บทประพันธ์นี้มีทั้งคว�มไพเร�ะ คว�มหม�ยที่หนักแน่น
และอ�รมณ์ที่เข้มข้นไปพร้อม ๆ กัน
๒.๕ ภาษาจินตภาพ คือ ก�รสร้�งภ�พให้เกิดขึ้นในจินตน�ก�รของผู้อ่�นโดยใช้ถ้อยคำ�ภ�ษ�
ภ�ษ�จินตภ�พอ�จเป็นก�รพรรณน�โดยละเอียด ก�รเลือกสรรถ้อยคำ�ม�เรียบเรียงอย่�งประณีต ก�รใช้
ถ้อยคำ�ที่เร้�ประส�ทสัมผัส รวมถึงก�รใช้โวห�รภ�พพจน์ต่�ง ๆ เพื่อให้ผู้อ่�นเกิดภ�พขึ้นในจิตใจ
(ร�ชบัณฑิตยสถ�น, ๒๕๔๕ : ๒๑๘) เช่น
...แลถนัดในเบื้องหน้�โน่นก็เข�ใหญ่ยอดเยี่ยมโพยมอย่�งพยับเมฆ มีพรรณเขียว
ขาวดำาแดงดูดิเรกดั่งรายรัตนนพมณีแนมน่�ใคร่ชม ครั้นแสนพระสุริยะส่องระดมก็ดูเด่นดั่ง
ดวงดาววาวแวววะวาบ ๆ ที่เวิ้งวุ้ง วิจิตรจำารัสจำารูญรุ่งเป็นสีรุ้งพุ่งพ้นเพียงคัคนัมพรพื้นนภากาศ
บ้�งก็เกิดก่อก้อนประหล�ดศิลาลายแลละเลื่อม ๆ ที่งอกงำ้าเป็นแง่เงื้อมก็ชะงุ้มชะโงกชะง่อนผา
ที่ผุดเผินเป็นแผ่นภูตะเพิงพัก บ�งแหล่งเล่�ก็เหี้ยนหักเห็นเป็นรอยร้าวรานระคายควรจะพิศวง
ด้วยธ�ตุอุทกที่ตกลงเป็นหยาดหยัดหยดย้อยเย็นเป็นเหน็บหนาว...
ร่�ยย�วมห�เวสสันดรช�ดก กัณฑ์มห�พน
จ�ก (วรรณคดีวิจ�รณ์ (มห�เวสสันดรช�ดก), ๒๕๓๑ : ๑๔๐)
บทประพันธ์ข้�งต้นเป็นก�รใช้ภ�ษ�จินตภ�พในก�รพรรณน�ธรรมช�ติที่สวยง�ม
กวีใช้กลวิธีท�งวรรณศิลป์หล�ยประก�รเพื่อสร้�งภ�พขึ้นในจินตน�ก�รของผู้อ่�น ไม่ว่�จะเป็นก�รใช้
ถ้อยคำ�ที่เร้�ประส�ทสัมผัส เช่น คำ�แสดงสี “เขียวข�วดำ�แดง” คำ�แสดงแสง “ว�วแวววะว�บ ๆ” คำ�แสดง
รูปร่�ง “แง่เงื้อมก็ชะงุ้มชะโงกชะง่อนผ�” รวมไปถึงก�รเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะและก�รใช้โวห�รภ�พพจน์
เพื่อส่งเสริมคว�มงดง�มของธรรมช�ติให้เด่นชัดม�กยิ่งขึ้น เมื่ออ่�นบทประพันธ์นี้แล้วผู้อ่�นย่อมส�ม�รถ
จินตน�ก�รถึงป่�ไม้อันงดง�มที่เต็มไปด้วยพืชน�น�พันธุ์รวมถึงก้อนหินรูปร่�งต่�ง ๆ ที่น่�ชมน่�มองได้
อย่�งแจ่มชัด

