Page 16 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.2
P. 16

16
                   ๒.๒  การใช้ภาพพจน์  เป็นกลวิธีท�งศิลปะในก�รใช้ภ�ษ� โดยกล่�วถึงสิ่งหนึ่งแต่ให้มี

           คว�มหม�ยไปถึงอีกสิ่งหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อเพิ่มอรรถรสให้แก่ข้อคว�มนั้น ๆ ภ�พพจน์อ�จมีผลต่อคว�มสำ�เริง

           อ�รมณ์ของผู้อ่�น ก�รสื่อส�รสิ่งที่เป็นน�มธรรมให้เป็นรูปธรรม ก�รเพิ่มคว�มเข้มข้นท�งอ�รมณ์
           ตลอดจนช่วยให้ส�ม�รถใช้คำ�แต่เพียงน้อยแต่สื่อคว�มได้ม�กยิ่งขึ้น (ร�ชบัณฑิตยสถ�น, ๒๕๕๒ : ๓๕๗)
           ภ�พพจน์แบ่งได้เป็นหล�ยประเภท ดังนี้

                          ๑)  อุปมา คือ ก�รเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งให้คล้�ยหรือเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่ง โดยมีคำ�ที่

           สื่อคว�มหม�ยว่� “เหมือน” เป็นตัวเชื่อมแสดงคว�มเปรียบ เช่น กล เปรียบ ประดุจ ดุจ ดั่ง เหมือน
           ร�วกับ ร�ว เพียง เพี้ยง ฯลฯ (ร�ชบัณฑิตยสถ�น, ๒๕๕๒ : ๕๖๖) เช่น



                              สูงระหงทรงเพรียวเรียวรูด       ง�มละม้ายคล้ายอูฐกะหล�ป๋�
                          พิศแต่หัวตลอดเท้�ข�วแต่ต�          ทั้งสองแก้มกัลย�ดังลูกยอ

                          คิ้วก่งเหมือนกงเข�ดีดฝ้�ย          จมูกละม้ายคล้ายพร้�ขอ
                          หูกลวงดวงพักตร์หักงอ               ลำ�คอโตตันสั้นกลม
                                                                           บทละคร เรื่อง ระเด่นลันได
                                                                  จ�ก (ห้องสมุดดิจิทัลวัชรญ�ณ, ม.ป.ป.)



                            บทประพันธ์ข้�งต้นเป็นก�รพรรณน�คว�มง�มของน�งประแดะ ตัวละครเอก

           ในวรรณคดี เรื่อง ระเด่นลันได ของ พระมห�มนตรี (ทรัพย์) มีก�รใช้ภ�พพจน์อุปม�เพื่อสื่อให้ผู้อ่�นเห็น
           รูปลักษณ์ของน�งประแดะ มีก�รใช้คำ�ว่� “ละม้�ย” “คล้�ย” “ดัง” “เหมือน” เพื่อเปรียบเทียบ โดยเปรียบ

           ว่�ง�มเหมือนอูฐ แก้มเหมือนลูกยอ คิ้วเหมือนกงดีดฝ้�ย จมูกเหมือนมีดขอ ซึ่งเป็นก�รเปรียบเทียบที่
           แตกต่�งไปจ�กขนบของวรรณคดีไทย ทั้งนี้เพื่อสร้�งอ�รมณ์ขันและเสียดสีง�นประพันธ์ในแนวขนบนิยม

                          ๒) อุปลักษณ์ คือ ก�รกล่�วเปรียบโดยตรงระหว่�งสิ่งที่มีคุณสมบัติร่วมบ�งประก�ร
           ของสองสิ่งหรือม�กกว่�นั้น โดยมีคำ�แสดงเปรียบเทียบนั้นว่� เป็น คือ เท่�กับ ฯลฯ (ร�ชบัณฑิตยสถ�น,

           ๒๕๕๒ : ๕๖๙) เช่น

                              มันก็เป็นช้�งง�อันกล้�ห�ญ      เร�ก็เป็นช้�งส�รอันสูงใหญ่

                          จะอยู่ป่�เดียวกันนั้นฉันใด         น�นไปก็จะยับอัปม�น
                                                                ขุนช้�งขุนแผน ฉบับหอพระสมุดวชิรญ�ณ
                                                                  จ�ก (ห้องสมุดดิจิทัลวัชรญ�ณ, ม.ป.ป.)



                            บทประพันธ์ข้�งต้นม�จ�กวรรณคดี เรื่อง ขุนช้�งขุนแผน เป็นตอนที่หมื่นห�ญ
           ผู้เป็นบิด�ของน�งบัวคลี่ซึ่งเป็นหนึ่งในภรรย�ของขุนแผนกล่�วถึงขุนแผน โดยใช้ภ�พพจน์แบบอุปลักษณ์

           เปรียบขุนแผนเป็น “ช้�งง�อันกล้�ห�ญ” และเปรียบตนเองเป็น “ช้�งส�รอันสูงใหญ่” เพื่อสื่อคว�มหม�ย
           ว่�ต่�งคนก็ต่�งเป็นผู้มีฝีมือด้วยกันทั้งสิ้น ห�กอยู่ร่วมกันน�นไปอ�จเกิดก�รพิพ�ทกันได้
   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21