Page 46 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน หลัภภาษาไทย ม.5
P. 46

G    P P  A1 A2 S
                                                                                              ๔๗


         ๒.  การซํ้า

                                                                      ี
                                                                                        ํ
                              ํ
                                                           ํ
               การใชคําหรือวลีซ้าในประโยค ๒ ประโยค จะตองซ้าคําหรือวลีท่จําเปน ถาไมใชการซ้าจะทําให
                                        ้
                                        ํ
                                                                              
                ิ
                                                                           ํ
         เขาใจผดหรือสับสนได ฉะนั้น การซาคําหรือวลีในประโยคจึงมีประโยชน คือ ทาใหใจความชัดเจนยิงขึน
                                                                                              ้
                                                                                            ่
         เชน
                   •  ฉันเปนคนหนึ่งที่ชอบอานหนังสือ เมื่อไดอานหนังสือฉันจะมีความสุขมาก
                   • เด็กในวันนี้เปนผูใหญในวันหนา เด็กในวันนี้จึงตองมีแบบอยางที่ดีจากผูใหญที่เหมาะสม
               ประโยคทั้งสองนี้กลาวถึงสิ่งเดียวกัน จึงใชวลี “อานหนังสือ” และ “เด็กในวันนี้” ซํ้ากัน
               ในการซํ้าคําหรือวลีอาจใชคําวา นี้ นั้น โนน นี่ นั่น โนน มาขยายก็ได เชน
                    •  เมืองสุโขทัยเปนแหลงอุดมสมบูรณ ในศิลาจารึกหลักท่ ๑ บันทึกความอุดมสมบูรณ
                                                                      ี
         ของเมืองนี้ไววา “ไพรฟาหนาใส ใครใครคาชาง คา ใครใครคามา คา”

                                           ั
                               
                                                ่
                                                                           ี
                                                                           ่
                                                                              
                                                ื
                                                         ุ
                                                             
                      ้
               “เมืองนี” แทนคําวา “เมืองสุโขทย” เพอชวยระบวาเปนเมืองเดียวกับทกลาวถึงในประโยคแรก
         ถาในประโยคหนาใชคําขยายแลว มักจะไมใชในประโยคหลังอีก เชน
                    •  ครอบครัวนี้ทุกคนรักและเขาใจกัน ทุกคนในครอบครัวจึงมีความสุข
                    • แมวตัวนั้นมักจะมานอนอยูที่ริมถนนหนาโรงเรียน จึงเปนแมวที่ทุกคนรูจักเปนอยางดี
               การซํ้าคําหรือวลีนอกจากจะใชคําดังกลาวแลว ยังใชคําอื่นได เชน
                                                                    ื
                                                                             ู
                    •  ประเพณสงกรานตของไทยจะมีการรดนํ้าดําหัวเพ่อขอพรผใหญ  กอเจดียทราย
                              ี
         เลนสาดนํ้ากัน ซึ่งปจจุบันคนไทยยังคงรักษาขนบประเพณีแบบเดิมไว
               ประโยคหนาและประโยคหลังใชคําวา “ประเพณี” ซ้ากัน เพราะกลาวถึงสิ่งเดียวกัน และใช
                                                             ํ
         ลักษณนามกับประมาณวิเศษณบอกลําดับในประโยคหลัง เพ่อใหเขาใจวาประเพณีสงกรานตในปจจุบัน
                                                             ื
         ยังคงทํากิจกรรมเหมือนที่กลาวไวในประโยคหนา
          ๓.  การละ

                                                                                          ํ
               ประโยคบางประโยคเมื่อมีประธาน เหตุการณ หรือสภาพอยางเดียวกัน ไมจําเปนตองกลาวซ้า ๆ กัน
          การละคําหรือวลีจะทําใหประโยคสละสลวยขึ้น เชน
                   • แมรดนํ้าตนไม ลางจาน ทํากับขาว แลวก็อาบนํ้า

                                                                                      ี
                    •  ดาวพลูโตเปนดาวเคราะหแคระในแถบไคเปอร เคยถูกจัดเปนดาวเคราะหดวงท่ ๙ ในระบบ
          สุริยะจักรวาล

                        ี
                                                                                             ู
                                                              ั
               ประธานท่ละไว คือ “แม” และ “ดาวพลูโต” ใชเพียงคร้งเดียวก็สามารถเขาใจไดวาใครเปนผทํา
          กิจกรรมตาง ๆ มีลักษณะเปนอยางไร หรือถาอยูในสภาพเหตุการณเดียวกันก็อาจละขอความได เชน
                    •  รัฐบาลตองการสงเสริมประชาธิปไตยใหเกิดกับทุกคน โรงเรียนก็เชนเดียวกัน
                    •  ทุกคนเคยคิดวาเรียนภาษาไทยยาก แตฉันยังไมเคย
   41   42   43   44   45   46   47   48   49   50   51