Page 55 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.5
P. 55
56 G G P A1 A2 S
P
ิ
ั
ี
ื
เรไรระร่เร่อยร้องอยู่หร่ง ๆ แต่ลูกรักของแม่ท้งชายหญิงไปอยู่ไหนไม่เห็นเลย มหานิโคฺรธชาต ำ
อนิจจา ๆ เอ่ยเห็นแต่ไทรทองถัดกันไป กิ่งก้านใบรากห้อยยื่นระย้า เจ้าเคยมาห้อยโหนโยนชิงช้า
ชวนกันแกว่งไกว แล้วเล่นไล่ปิดตาหาเร้นแทบหลังบริเวณพระอาวาส อิมา ตา โปกฺขรณี รมฺมา
ี
้
เจาเคยมาประพาสสรงสนานในสระศรโบกขรณตาแหน่งนอกพระอาวาส นางเสด็จลีลาศไปเทยวเวยนรอบ
ี
่
ี
ี
ำ
จ่งตรัสว่านำ้าเอ๋ยเคยมาเป่ยมขอบเป็นไรจ่งขอดข้นลงข่นหมอง พระพายเจ้าเอ๋ยเคยมาพัดต้อง
ึ
ึ
ุ
ี
ื
ึ
ื
ิ
ื
กลีบอุบล พากล่นสุคนธ์ขจรรสมารวยร่น เป็นไรจ่งเส่อมหอมหายช่นไม่เฉื่อยฉำ่า ฝูงปลาเอ๋ยเคยมา
ึ
ึ
ำ
ผุดคล่าดำาแฝงฟอง บ้างก็ข้นล่องว่ายอยู่ลอยเลื่อนชมแสงเดือนอยู่พราย ๆ เป็นไรจ่งไม่ว่ายเวียนวง
นกเจ้าเอ่ยเคยบินลงไล่จิกเหยื่อทุกเวลา วันนี้แปลกเปล่าตาแม่แลไม่เห็น พระลูกเอ่ย
ำ
เจ้าเคยมาเท่ยวเล่นแม่แลไม่เห็นแล้ว โอ้แลเห็นแต่สระแก้วอยู่อ้างว้างวังเวงใจ นางก็เสด็จครรไลล่วงตาบล
ี
ี
ำ
เท่ยวค้นหาพระลูกตามลาเนาเนินป่า ทุกสุมทุมพ่มพฤกษาป่าสูงยูงยางใหญ่ไพรระหง พนัสแดนดง
ุ
เย็นยะเยือกเงียบสงัดเหงา ได้ยินแต่เสียงดุเหว่าละเมอร้องก้องพนาเวศ พระกรรณเธอสังเกตว่า
สองดรุณเยาวเรศเจ้าร้องขานอยู่แว่ว ๆ ให้หวาดว่าสาเนียงเสียงพระลูกแก้วเจ้าขานรับพระมารดา
ำ
นางเสด็จลีลาเข้าไปหาดู เห็นหมู่สัตว์จตุบาทกลาดกล้มเข้าสุมนอน นางก็ยิ่งสะท้อนถอนพระทัยเทวษครวญ
ุ
ี
่
เสด็จด่วน ๆ ดะดุ่มเดินเมิลมุงละเมาะไม้มองหมอบ แตย่างเหยียบเกรยบกรอบก็เหลียวหลัง พระโสต
่
ฟังให้หวาดแว่วว่าสำาเนียงเสียงพระลูกแก้วเจ้าบ่นอยู่งึม ๆ พมไมครมเปนเงา ๆ ชะโงกเงอม พระเนตรเธอ
่
้
ึ
้
ื
ุ
็
้
ี
่
๋
่
แลเหลือบให้ลายเลื่อมเห็นเป็นรูปคนตะคุ่ม ๆ อยู่คล้าย ๆ แล้วหายไป สมเด็จอรไทเธอเทยวตะโกนกูกูก้อง
ั
้
่
่
่
่
ึ
๋
้
ั
์
พระพกตรเธอฟูมฟองนองไปด้วยนาพระเนตรเธอโศกา จงตรสวาโอ้โอเวลาปานฉะนีเอยจะมิดึกดืน
ำ
ำ
ื
จวนจะส้นคืนค่อนรงไปเสียแล้วหรอกระไรไม่รเลย พระพายราเพยพัดมาร่เร่อยอยู่เฉือยฉิว อกแม่นีให้อ่อน
ื
่
ี
้
ิ
้
ุ
่
ู
หิวสุดละห้อย ทั้งดาวเดือนก็เคลื่อนคล้อยลงลับไม้ สุดที่แม่จะติดตามเจ้าไปในยามนี้ ฝูงลิงค่างบ่างชะนี
ี
ี
ท่นอนหลับ ก็กลิ้งกลับเกลือกตัวอยู่ยั้วเยี้ย ท้งนกหกก็งัวเงียเหงาเงียบทุกรวงรัง แต่แม่เท่ยวเซซังเสาะ
ั
ี
ั
แสวงทุกแห่งห้องหิมเวศ ท่วประเทศทุกราวป่า สุดสายนัยนาท่แม่จะตามไปเล็งแล สุดโสตแล้วท่แม่
ี
ำ
ี
ำ
ี
่
จะซับทราบฟังสาเนียงสุดสุรเสียงทแม่จะร่าเรียกพิไรร้อง สุดฝีเท้าท่แม่จะเยื้องย่องยกย่างลงเหยียบดิน
ิ
ก็สุดส้นสุดปัญญาสุดหาสุดค้นเห็นสุดคิด จะได้พานพบประสบรอยพระลูกน้อยแต่สักนิดไม่มีเลย
จ่งตรัสว่าเจ้าดวงมณฑาทองท้งคู่ของแม่เอ๋ย หรือว่าเจ้าท้งขว้างวางจิตไปเกิดอื่น เหมือนแม่ฝัน
ึ
ั
ิ
เมื่อคืนนี้แล้วแล
ร่ายยาว
เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก
กัณฑ์มัทรี (๔)
ิ
์
ู
้
่
ภกฺขเว ดูกรสงฆผทรงพรหมจาร เมือสมเด็จพระมัทรทรงกำาสรดแสนกัมปนาท
ี
ี
ิ
ฺ
ิ
เพียงพระสันดานจะขาดจะดับศูนย์ ปรเทวตวา นางเสวยพระอาดูรพูนเทวษในพระอุรา
่
ำ
่
ำ
ำ
น้าพระอัสสุชลนาเธอไหลนองคลองพระเนตร ทรงพระกันแสงแสนเทวษพิไรร่า ต้งแตประถมยามคา
ั
ำ
ไม่หย่อนหยุดแต่สักโมงยาม นางเสด็จไต่เต้าติดตามทุกตาบล ละเมาะไม้ไพรสณฑ์ศิขริน ทุกห้วยธาร
ละหานหินเหวหุบห้องคูหาวาส ทรงพระพิไรร้องก้องประกาศเกร่นสำาเนียง พระสุรเสียงเธอเยือกเย็น
ิ
ระย่อทุกอกสัตว์ พระพายราเพยพัดทุกกิ่งก้าน บุษบงก็เบิกบานผกากร รัศมีพระจันทรก็มัวหมอง
ำ
ั
ึ
เหมือนหนึ่งจะเศร้าโศก แสนวิปโยคเมื่อยามปัจจุสมัย ท้งรัศมีพระสุริโยทัยส่องอยู่ราง ๆ ข้นเรืองฟ้า

