Page 31 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.2
P. 31
56 G G P A1 A2 S
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘
สิริพระชนมพรรษาได้ ๔๕ พรรษา เมื่อครบรอบ ๑๐๐ พรรษา แห่งวันพระบรมราชสมภพใน
พ.ศ. ๒๕๒๔ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้
ประกาศยกย่องพระเกียรติคุณพระองค์ในฐานะทรงเป็นนักปราชญ์ กวี และนักแต่งละคร
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์บทเสภาสามัคคีเสวกขึ้นเมื่อ
พ.ศ. ๒๔๕๗ พระองค์ทรงกล่าวถึงมูลเหตุแห่งพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ไว้ว่า ในระหว่างที่ทรงพักผ่อน
ณ พระราชวังสนามจันทร์ ได้มีการจัดเลี้ยงรื่นเริงกัน เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดีทูลขอให้พระองค์
ทรงคิดการเล่นอย่างหนึ่ง พระองค์จึงทรงคิดผูกระบำาสามัคคีเสวกขึ้น เดิมทีระบำาดังกล่าวไม่มี
บทร้อง มีเฉพาะพิณพาทย์บรรเลงในระหว่างพักตอนของการเล่นระบำา จึงทรงพระราชนิพนธ์
บทเสภานี้ขึ้นสำาหรับขับระหว่างตอน เพื่อให้พิณพาทย์ได้พักบ้าง (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยู่หัว, ๒๕๐๒ : ก-ค)
บทสามัคคีเสวกมีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากเสภาเรื่องอื่น ๆ กล่าวคือ โดยทั่วไปแล้วบทเสภา
มักมีเนื้อหาเป็นนิทาน ใช้ขับลำานำาโดยมีกรับเป็นเครื่องประกอบจังหวะ เช่น เสภา เรื่อง ขุนช้างขุนแผน
แต่บทเสภาสามัคคีเสวกเป็นบทเสภาขนาดสั้น เนื้อหาแบ่งเป็น ๔ ตอน แต่ละตอนมุ่งเสนอแนวคิด
มากกว่าการเล่าเรื่อง โดยมีแนวคิดสำาคัญในเรื่องความสามัคคีและความจงรักภักดีต่อชาติและ
พระมหากษัตริย์ เนื้อหาที่นำามาให้นักเรียนได้ศึกษา เป็นตอนที่ ๓ พระวิศวกรรมา และตอนที่ ๔
สามัคคีเสวก
เพิ่มเติมเสริมคว�มรู้
ประเพณีก�รขับเสภ�
ประเพณีการขับเสภาน่าจะมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาโดยพัฒนามาจากการเล่านิทาน
การขับเสภาเป็นการนำานิทานมาแต่งเป็นกลอนเพื่อใช้ขับลำานำา ในขณะที่ขับผู้ขับต้องขยับกรับ
ไปด้วย เรื่องที่นิยมนำามาขับเสภาคือเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ปรากฏหลักฐาน
ที่แสดงให้เห็นว่ามีการเล่นเสภาในราชสำานัก ดังจะเห็นได้ว่าในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ-
พระพุทธเลิศหล้านภาลัยประเพณีการขับเสภาเกิดการเปลี่ยนแปลงจนถือเป็นยุคที่เสภารุ่งเรือง
กล่าวคือ กระบวนเสภาเกิดวิธีส่งปี่พาทย์ มีการแต่งเสภาสำานวนของหลวง ซึ่งหมายถึงเสภาที่เป็น
พระราชนิพนธ์หรือโปรดเกล้าฯ ให้กวีแต่งขึ้นตามกระแสรับสั่ง
บทเสภาสำานวนหลวงมิได้มีเฉพาะเรื่องขุนช้างขุนแผนเท่านั้น ดังปรากฏหลักฐานว่าในสมัย
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งให้กวีในราชสำานักร่วมกันแต่งเสภาเรื่อง พระราช-
พงศาวดาร เพื่อใช้ขับเวลาทรงเครื่องใหญ่ นอกจากนี้ยังมีเสภาเรื่อง ศรีทนนไชยเชียงเมี่ยง

