Page 33 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.2
P. 33
58 G G P A1 A2 S
จากแผนผังข้างต้น สรุปได้ว่า กลอนเสภา ๑ บท มี ๒ บาท แต่ละบาทมี ๒ วรรค วรรคหน้าของ
บาทที่ ๑ เรียกว่า วรรคสดับ วรรคหลังของบาทที่ ๑ เรียกว่า วรรครับ วรรคหน้าของบาทที่ ๒ เรียกว่า
วรรครอง และวรรคหลังของบาทที่ ๒ เรียกว่า วรรคส่ง โดย ๑ บาท จะเท่ากับ ๑ คำากลอน
จำานวนคำาที่ใช้ในแต่ละวรรคอาจไม่เท่ากัน โดยสามารถมีได้ตั้งแต่ ๖–๑๐ คำา ตามแต่ความจำาเป็น
ที่ต้องการให้เนื้อความสื่อสารได้ชัดเจน
การรับและส่งสัมผัสกำาหนดให้คำาสุดท้ายของวรรคสดับสัมผัสกับคำาใดคำาหนึ่งในตำาแหน่งคำาที่
๑-๕ ของวรรครับ คำาสุดท้ายของวรรครับสัมผัสกับคำาสุดท้ายของวรรครอง และสัมผัสกับคำาใด
คำาหนึ่งในตำาแหน่งคำาที่ ๑-๕ ของวรรคส่ง เมื่อจะแต่งบทต่อไปให้คำาสุดท้ายของวรรคส่งสัมผัสกับ
คำาสุดท้ายของวรรครับของบทต่อไป
กลอนเสภาไม่จำากัดจำานวนคำากลอน เนื้อความของเสภาในแต่ละตอนจะมีความยาวกี่คำากลอน
ก็ได้
ตัวอย่�งกลอนเสภ�จ�กบทเสภ�ส�มัคคีเสวก ตอน วิศวกรรม�
อันชาติใดไร้ศานติสุขสงบ ต้องมัวรบราญรอนหาผ่อนไม่
ณ ชาตินั้นนรชนไม่สนใจ ในกิจศิลปะวิไลละวาดง�ม
แต่ชาติใดรุ่งเรืองเมืองสงบ ว่างการรบอริพลอันล้นหล�ม
ย่อมจำานงศิลปาสง่าง�ม เพื่ออร่�มเรืองระยับประดับประดา
เนื้อเรื่องย่อ
บทเสภาสามัคคีเสวกมี ๔ ตอน แต่ละตอนแสดงแนวคิดยกย่องเทพเจ้าต่าง ๆ และแสดงให้เห็นถึง
ความสามัคคีและความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ เนื้อเรื่อง ๔ ตอนมีดังนี้
ตอนที่ ๑ กิจก�รแห่งพระนนที กล่าวสรรเสริญพระนนทีว่าเป็นเทพเสวกที่ถือเป็นตัวอย่างของ
เสวกที่ดี โดยพระนนทีทำาหน้าที่รับใช้พระอิศวรอย่างซื่อสัตย์ เช่น แปลงเป็นโคอุสุภราชให้พระอิศวร
ประทับ เมื่อเสร็จหน้าที่ก็กลับเป็นเทพตามเดิม เมื่อขับเสภาจบ เป็นการจับระบำาซึ่งมีเรื่องราวว่า
พระอิศวรและพระอุมาเสด็จออกให้เทวดาเฝ้า ขณะนั้นมียักษ์ไล่จับนางฟ้า พระนนทีทำาหน้าที่
ปราบยักษ์ ชำาระความและขับไสไป จากนั้นพระอินทร์และท้าวจตุโลกบาลจึงออกมาเฝ้าพระอิศวร

