Page 38 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.2
P. 38
G P A1 A2 S 63
ช่�งสิบหมู่
“ช่างสิบหมู่” ในสมัยก่อนเป็นกรม ๆ หนึ่ง ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยา-
นริศรานุวัดติวงศ์ ทรงอธิบายประทานแก่พระยาอนุมานราชธน ในหนังสือบันทึกความรู้เรื่องต่าง ๆ
ดังนี้ว่า
“ตามปกติการปกครองเมืองสมัยโบราณจัดเป็นจตุสดมภ์ คือ เป็นกระทรวงเวียง วัง คลัง นา
กระทรวงใดมีกิจจะต้องทำาสิ่งซึ่งต้องอาศัยฝีมือช่าง ก็ต้องหาช่างชนิดที่ต้องการใช้มารวบรวมตั้งไว้
ในกระทรวงนั้นเพื่อใช้ จึงได้มีการช่างมากมายกระจัดกระจายอยู่ในที่ต่าง ๆ หลายกระทรวงด้วยกัน
ตามที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตรัสไว้ ดังจะยกตัวอย่างให้เห็น เช่น กระทรวงวัง
มีกรมทหารในกรมรักษาพระองค์ แต่มีกรมช่างทหารในขึ้นอยู่ในกรมทหารในนั้นอีกชั้นหนึ่ง
เจ้ากรมคือหลวงประดิษฐ์นิเวศน์ เห็นได้ตามชื่อว่ามีหน้าที่ปลูกสร้างเรือนหลวงในพระราชนิเวศน์
คงมีขึ้นด้วยเหตุที่เจ้ากรมหรือปลัดกรมคนใดคนหนึ่งในกรมทหารในเป็นผู้เข้าใจการปลูกสร้าง
จึงตรัสใช้ ผู้รับสั่งนั้นก็ต้องเสาะหาช่างมาเป็นลูกมืองานมากขึ้น ช่างมากขึ้นก็ต้องตั้งขึ้นเป็น
กรมทหารใน แม้แต่กรมมหาดเล็กก็ยังมีกรมช่างมหาดเล็ก เป็นอีกกรมหนึ่งเหมือนกัน มีช่างเขียน
ช่างปั้น และอื่น ๆ ช่างสิบหมู่จึงเป็นชื่อกรมที่รวบรวมช่างไว้มีสิบหมู่ด้วยกัน แต่ไม่ได้หมายความว่า
ในบ้านเมืองมีช่างแค่สิบอย่างเท่านั้น ที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างที่ยกมารวมไว้เรียกว่า
“ช่างสิบหมู่”
แท้จริงช่างไทยมีอยู่มากกว่า ๑๐ หมู่ แต่ที่เรียกว่า “ช่างสิบหมู่” ก็เพื่อต้องการจะรวบรวมช่าง
ที่เป็นส่วนสำาคัญไว้ก่อนเพียง ๑๐ หมู่ ต่อมาภายหลังจึงได้เพิ่มเติม หรือแยกแขนงออกไปอีกตาม
ลักษณะของงานนั่นเอง ตามบัญชีชื่อช่างที่ขึ้นทำาเนียบเป็นช่างหลวงมีดังต่อไปนี้ ช่างเลื่อย ช่างก่อ
ช่างดอกไม้เพลิง ช่างไม้สำาเภา ช่างปืน ช่างสนะ (จีน) ช่างสนะ (ไทย) ช่างขุนพราหมณ์เทศ ช่างรัก
ช่างมุก ช่างปากไม้ ช่างเรือ ช่างทำารุ ช่างเขียน ช่างแกะ ช่างสลัก ช่างกลึง ช่างหล่อ ช่างปั้น ช่างหุ่น ช่างบุ
ช่างปูน ช่างหุงกระจก ช่างประดับกระจก ช่างหยก ช่างชาดสีสุก ช่างดีบุก ช่างต่อกำาปั่น ช่างทอง
ดังนั้น ช่างสิบหมู่นี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นจำานวนสิบ แต่สิบตัวนี้เป็นภาษาบาลีความเดิม
เขียนว่า สิปปะ และหดไปเหลือ ป ตัวเดียว แล้วลดมาเป็น บ เป็นสิบ จะให้เข้าใจง่ายว่าช่างสิบประเภท
ก็เลยไม่มีใครเข้าใจภาษาดั้งเดิม ช่างสิปปะตรงกับในสันสกฤตแปลว่า “ศิลปะ” เพราะในภาษา
สันสกฤตใช้ตัว ศ ศิลปะกับสิปปะในบาลีจึงมีความหมายตรงกัน ช่างสิบหมู่คือ ช่างงานศิลปะ
โดยในราชการของหลวงก็ต้องทำาของใช้ในส่วนของราชการส่วนพระ ส่วนราชสกุล และบริการแก่
ศาสนา บริการแก่ประชาชนจึงต้องมีช่างไว้มากมายหลายประเภท ช่างเหล่านี้ก็มาจากการรวบรวม
คนที่มีความสามารถมีฝีมือจากพื้นถิ่นพื้นบ้านเอามาเป็นช่างหลวงรวมไว้ในหมู่ กรมช่างสิบหมู่เดิม
ก็ถูกรวมเป็นกรมศิลปากรแล้วก็มาเป็นกองหัตถศิลป์ ในสุดท้ายเปลี่ยนเป็นกรมศิลปากรในปัจจุบัน
ฉะนั้นแล้วช่างสิบหมู่จึงไม่ได้หมายความว่าเป็นช่าง ๑๐ ประเภทอย่างที่บางคนเข้าใจ
เรียบเรียงจาก (ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง), ม.ป.ป.)

