Page 32 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.2
P. 32
G G P A1 A2 S 57
สันนิษฐานว่าน่าจะแต่งขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเช่นกัน แต่ไม่ปรากฏ
หลักฐานว่าใครเป็นผู้แต่ง ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ
ให้แต่งเสภาเรื่อง อาบูหะซัน (เสภาเรื่อง นิทราชาคริช) สำาหรับขับถวายเวลาทรงเครื่องใหญ่
และในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชนิพนธ์เสภาขึ้นอีก ๒ เรื่อง คือ
เสภาเรื่อง พญาราชวังสัน และเสภาเรื่อง สามัคคีเสวก ดังนั้นเสภาหลวงจึงมีอยู่ ๖ เรื่อง
เรียบเรียงจาก (บทนำาเรื่องประชุมเสภาหลวง, ๒๕๕๔ : (๑๑)-(๑๖))
เสวก
สำานักงานราชบัณฑิตยสภา (๒๕๕๐) ให้ความรู้เกี่ยวกับคำาว่า “เสวก” ไว้ว่า เสวก
(อ่านว่า เส-วก) หมายถึง ข้าราชการในราชสำานัก เมื่อคำานำาว่า เสวก มาเข้าสมาสกับคำาว่า
อมาตย์ (อ่านว่า อะ-หฺมาด) มีการสนธิเสียงสระของคำาหน้ากับคำาหลัง เป็น เสวกามาตย์
(อ่านว่า เส-วะ-กา-มาด) หมายถึง เสวก และ อำามาตย์
นอกจากนี้ยังได้เพิ่มเติมไว้ด้วยว่า คำาว่า เสวก (อ่านว่า เส-วก) เป็นคำามาจากภาษาบาลีว่า
เสวก (เส-วะ-กะ) แปลว่า ผู้รับใช้ ผู้รับใช้พระเจ้าแผ่นดินเรียกว่า “ราชเสวก” (ราด-ชะ-เส-วก)
เป็นคำาเรียกข้าราชการพลเรือนในราชสำานักในสมัยก่อน ดังปรากฏในกฎหมายตราสามดวง
ที่กล่าวถึงข้าราชสำานักต่าง ๆ ว่า “พร้อมด้วยหมู่มุกขมนตรีกระวีชาติราชเสวกากรมาตยามหาราชครู
บโรหิตบัณฑิตยาจารย” (สำานักงานราชบัณฑิตยสภา, ๒๕๕๖)
ลักษณะคำ�ประพันธ์
กลอนเสภ�
บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา และสามัคคีเสวก แต่งด้วยกลอนเสภา ซึ่งมีลักษณะ
คล้ายกับกลอนสุภาพ แต่ไม่เคร่งครัดในเรื่องของจำานวนคำาและตำาแหน่งของการรับส่งสัมผัสเท่ากับ
กลอนสุภาพ ลักษณะคำาประพันธ์ประเภทกลอนเสภา กำาหนดฉันทลักษณ์ดังแผนผังต่อไปนี้
แผนผังคำประพันธ์
วรรคสดับ วรรครับ
๑ บท
วรรครอง วรรคส่ง

