Page 44 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.2
P. 44
G P S 69
P A1 A2
๒.๒ ก�รหล�กคำ�เรียก “ข้�ร�ชบริพ�ร” โดยสรรคำาต่าง ๆ มาใช้ตามบริบทและสัมผัสของ
บทประพันธ์ เพื่อความสละสลวย งดงาม และสื่อความหมายเดียวกันได้ เช่น เสวก ราชเสวี เสวี
ข้าฝ่าพระบาท ข้าพระบาท ดังตัวอย่าง
- เหล่าเสวกตกที่กะลาสี
- ควรปรองดองในหมู่ร�ชเสวี
- ถึงเสวีที่เป็นข้�ฝ่�พระบ�ท
- ควรนึกว่าบรรดาข้�พระบ�ท
๓. ก�รใช้ภ�พพจน์อุปม� บทเสภาสามัคคีเสวกทั้งตอน วิศวกรรมา และตอน สามัคคีเสวก
ปรากฏภาพพจน์อุปมาหลายแห่ง เป็นการเปรียบเทียบเพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพ และเพื่อให้เนื้อความ
ที่ต้องการนำาเสนอมีความหนักแน่นชัดเจนมากยิ่งขึ้น เช่น
ใครดูถูกผู้ชำานาญในการช่าง ความคิดขวางเฉไฉไม่เข้าเรื่อง
เหมือนคนป่�คนไพรไม่รุ่งเรือง จะพูดด้วยนั้นก็เปลืองซึ่งวาจา
ตัวอย่างข้างต้น ข้อความที่เป็นตัวอักษรสีส้มเป็นภาพพจน์อุปมาปรากฏการใช้อุปมาคือ
คำาว่า เหมือน ซึ่งผู้เขียนเปรียบผู้ไม่เห็นคุณค่าของศิลปกรรมว่าเหมือนคนป่าเถื่อนไร้อารยธรรม
ไม่จำาเป็นต้องสนทนาด้วย ทั้งนี้เพื่อเน้นยำ้าความสำาคัญของศิลปกรรมว่าเป็นสิ่งที่ควรเห็นคุณค่าและ
เป็นเครื่องบ่งชี้ความเจริญของชาติ
ควรนึกว่าบรรดาข้าพระบาท ล้วนเป็นราชบริพารพระทรงศรี
เหมือนลูกเรืออยู่ในกล�งหว่�งว�รี จำาต้องมีมิตรจิตสนิทกัน
ตัวอย่างข้างต้น ข้อความที่เป็นตัวอักษรสีส้มเป็นภาพพจน์อุปมาปรากฏการใช้อุปมาคือ
คำาว่า เหมือน ซึ่งผู้เขียนเปรียบข้าราชการหรือเหล่าเสวกทั้งหลายว่าเป็นลูกเรือหรือกะลาสีเรือ
ที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันทำาหน้าที่ในเรือเพื่อให้เรือสามารถล่องไปจนถึงที่หมายได้
อย่างปลอดภัย เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันของเหล่าข้าราชการ
ตลอดจนการมีระเบียบวินัยและสมัครสมานสามัคคีจะนำาพาบ้านเมืองไปสู่ความเจริญมั่นคง

