Page 30 - หนังสือเรียนวรรณคดีและวรรณกรรม ม.6 หน่วยที่ 1
P. 30
๓.๓ ความเชื่อ
ี
ในสมัยก่อนคนไทยมีความเช่อเกี่ยวกับเวทมนตร์คาถาของขลัง และการเล้ยงผ ี
ื
ี
นอกจากนี ยังนับถือและช่นชมผู้ท่มีวิชาอาคมด้วย เห็นได้จากคำาประพันธ์ท่กล่าวถึงจมื่นไวย
ี
ื
้
เมื่อเตรียมตัวจะไปเรือนขุนช้างว่า
ฟ้าขาวดาวเด่นดวงสว่าง จันทร์กระจ่างทรงกลดหมดเมฆสิ้น
จึงเซ่นเหล้าข้าวปลาให้พรายกิน เสกขมิ้นว่านยาเข้าทาตัว
ลงยันต์ราชะเอาปะอก หยิบยกมงคลขึ้นใส่หัว
เป่ามนตร์เบื้องบนชอุ่มมัว พรายยั่วยวนใจให้ไคลคลา
จับดาบเคยปราบณรงค์รบ เสด็จครบบริกรรมพระคาถา
ลงจากเรือนไปมิได้ช้า รีบมาถึงบ้านขุนช้างพลัน
ื
ในตอน ขุนช้างถวายฎีกา นี้ยังปรากฏความเช่อเร่องความฝันและลางบอกเหตุอีกด้วย คือ เชื่อว่า
ื
ี
ี
ึ
ี
ื
สิ่งท่ฝันและลางท่เกิดข้น เป็นการเตือนถึงเหตุการณ์ท่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซ่งเห็นได้จากความต่นตระหนก
ึ
ของนางวันทองจากคำาประพันธ์นี้
สิ้นฝันครั้นตื่นตกประหม่า หวีดผวากอดผัวสะอื้นไห้
เล่าความบอกผัวด้วยกลัวภัย ประหลาดใจน้องฝันพรั่นอุรา
ใต้เตียงเสียงหนูก็กุกกก แมงมุมทุ่มอกที่ริมฝา
ยิ่งหวาดหวั่นพรั่นตัวกลัวมรณา ดังวิญญานางจะพรากไปจากกาย
๓.๔ สถาปัตยกรรมไทย
เรือนไทยสมัยก่อนสร้างจากไม้ และนิยมใช้ล่มซ่งเป็นไม้หรือเหล็กจีม (เสียบ) หรือขัด
ึ
ิ
หรือตอก และใช้ดาลซ่งทำาด้วยไม้ขัดบานประตูแทนกลอนประตูในปัจจุบัน เห็นได้จากคำาบรรยายตอนท ่ ี
ึ
จมื่นไวยขึ้นเรือนขุนช้างว่า
ใช้พรายถอดกลอนถอนลิ่ม รอยทิ่มถอดหลุดไปจากที่
และ
สะเดาะดาลบานเปิดหน้าต่างกาง ย่างเท้าก้าวขึ้นร้านดอกไม้
49
เสภาเรื่อง ขุนช้าง-ขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา

