Page 27 - หนังสือเรียนวรรณคดีและวรรณกรรม ม.6 หน่วยที่ 1
P. 27
ตะโกนเรียกในห้องวันทองเอ๋ย หาขานรับเช่นเคยสักคำาไม่
ทั้งข้าวของมากมายก็หายไป ปากประตูเปิดไว้ไม่ใส่กลอน
พลางเรียกหาข้าไทอยู่ว้าวุ่น อีอุ่นอีอิ่มอีฉิมอีสอน
อีมีอีมาอีสาคร นิ่งนอนไยหวามาหากู
ขุนช้างเรียกชื่อบ่าวไพร่ในเรือนของตนตั้งแต่อุ่น อิ่ม ฉิม สอน มี มา สาคร ซึ่งนับว่ากลอนเสภา
ี
นั้นมีพ้นท่ท่ให้กวีสามารถสรรคำามารวมกันไว้ได้อย่างไพเราะ อีกท้งในตัวอย่างท่ยกมานี้จะเห็นว่า
ั
ี
ื
ี
มีการเล่นสัมผัสพยัญชนะและสัมผัสสระภายในวรรคเดียวกันด้วย เช่น “ข้าว” “ของ” “มาก” “มาย”
ิ
ื
ในอีกตัวอย่างหนึ่งกล่าวถึงขุนแผนได้เรียกวันทองเข้าไปหาเพ่อเจิมศิร ก่อนเข้าเฝ้าสมเด็จ
พระพันวษา
ครานั้นวันทองเจ้าพลายงาม ได้ฟังความคร้ามครั่นหวั่นไหว
ขุนแผนเรียกวันทองเข้าห้องใน ไม่ไว้ใจจึงเสกด้วยเวทมนตร์
สีขี้ผึ้งสีปากกินหมากเวทย์ ซึ่งวิเศษสารพัดแก้ขัดสน
นำ้ามันพรายนำ้ามันจันทน์สรรเสกปน เคยคุ้มขังบังตนแต่ไรมา
มีการเล่นพยัญชนะ “ค” ซำ้ากันในคำาว่า “ความ” “คร้าม” “ครั่น” “เคย” “คุ้ม” “ขัง”
เล่นเสียงพยัญชนะ “ว” ในคำาว่า “หวั่น” และ “ไหว” เป็นต้น
๔) สัมผัสสระ คือ การนำาเสียงสระที่มีเสียงเหมือนกันมาวางไว้ใกล้กัน การซำ้าเสียงสระก่อให้
เกิดความไพเราะของกลอนเสภา ดังคำาประพันธ์ว่า
ครานั้นพระองค์ผู้ทรงเดช ปิ่นปักนัคเรศเรืองศรี
เห็นสามราเข้ามาอัญชลี พระปรานีเหมือนลูกในอุทร
ด้วยเดชะพระเวทวิเศษประสิทธิ์ เผอิญคิดรักใคร่พระทัยอ่อน
ตรัสถามอย่างความราษฎร ฮ้าเฮ้ยดูก่อนอีวันทอง
ในเสภาบทนี้มีการซำ้าเสียงสระอะ เช่น ชะ พระ สระอา เช่น รา มา
๒.๓ รสวรรณคดี
ี
คนไทยจัดว่าเป็นชนชาติท่มีการแสดงทางอารมณ์ได้อย่างหลากหลาย วรรณคดีไทย
ั
หลายเร่องท่สามารถสร้างความน่าสนใจรวมท้งสร้างความติดตาตรึงใจกับคนอ่านเพราะกวีสามารถ
ื
ี
่
ี
้
สอดแทรกอารมณ์ความร้สึกอันเกิดมาจากมนุษย์ได้อย่างกลมกลืน ในชันมัธยมศึกษาปีท ๖ นี ้
ู
46
วรรณคดีและวรรณกรรม ม. ๖

