Page 27 - หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.1
P. 27
P
32 G G P A1 A2 S
เรียงลําดับความหนาแน่นของสารจากมากไปน้อยได้อย่างไร
สารละลายนํ้าหวานเข้มข้นและสารละลายนํ้าหวานเจือจาง (ความเข้มข้น 50%
โดยปริมาตร/ปริมาตร) เป็นสารบริสุทธิ์หรือสารผสม และมีสารใดบ้างเป็นองค์ประกอบ
เหตุใดสารละลายนํ้าหวานเข้มข้นและสารละลายนํ้าหวานเจือจางจึงมีความหนาแน่นต่างกัน
สารบริสุทธิ์และสารผสมมีความหนาแน่นแตกต่างกันอย่างไร
สรุปผลการทดลองนี้ได้อย่างไร
นักเรียนคาดคะเนว่าสารละลายแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นเท่ากับนํ้าหวาน จะมีความหนาแน่น
เท่ากันหรือไม่ และตรวจสอบได้อย่างไร
ิ
จากการทดลอง จะพบว่านํ้าบริสุทธ์มีความหนาแน่น 1 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร แต่นํ้าหวาน
ึ
ซ่งเป็นสารผสมระหว่างนํ้ากับนํ้าตาลมีความหนาแน่นมากกว่านํ้า คือ ความหนาแน่นมากกว่า 1 กรัม
ื
็
่
่
่
้
ี
้
ึ
ิ
ตอลูกบาศก์เซนตเมตร โดยสารละลายนําหวานเขมขนและสารละลายนําหวานเจอจางซงเปนสารผสมทมี
้
้
สารองค์ประกอบเหมือนกันแต่มีความหนาแน่นไม่เท่ากัน สารละลายนํ้าหวานเข้มข้นมีความหนาแน่น
มากกว่าสารละลายนํ้าหวานเจือจาง
ั
เมื่อพิจารณาสารท้ง 2 ชนิด จะพบว่ามีนํ้าเป็นส่วนประกอบเหมือนกันแต่มีปริมาณนํ้าตาล
แตกต่างกัน โดยสารละลายนํ้าหวานเข้มข้นมีสัดส่วนของนํ้าตาลเป็นองค์ประกอบมากกว่าสารละลาย
นํ้าหวานเจือจางแสดงว่า สารผสมมีความหนาแน่นไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของสารองค์ประกอบที่ผสม
อยู่ด้วยกัน
นอกจากนี้สารผสมท่มีสารองค์ประกอบต่างชนิดกันแม้จะมีความเข้มข้นเท่ากันก็มีความหนาแน่น
ี
ไม่เท่ากัน แสดงว่า ชนิดของสารองค์ประกอบในสารผสมก็มีผลต่อความหนาแน่นของสารผสมด้วย
จากการศึกษาเรื่องความหนาแน่นของสารสามารถสรุปได้ ดังนี้
• ความหนาแน่นของสาร คือ มวลของสารต่อหนึ่งหน่วยปริมาตร หรือ
ความหนาแน่นของสาร = มวลสาร
ปริมาตรสาร
• สารบริสุทธิ์แต่ละชนิดมีความหนาแน่นคงที่ แต่สารบริสุทธิ์แต่ละชนิดมีความหนาแน่นไม่เท่ากัน
• สารผสมแต่ละชนิดมีความหนาแน่นไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับชนิดและสัดส่วนของสารองค์ประกอบ
นักเรียนได้ศึกษาความแตกต่างระหว่างสารบริสุทธ์และสารผสมแล้วพบว่า สารผสมมีจุดเดือด
ิ
ี
่
่
ี
จุดหลอมเหลว และความหนาแน่นไม่คงท ส่วนสารบริสุทธ์จะมีสมบัติต่าง ๆ ดังกล่าวคงท ดังนั้น
ิ
ื
จึงสามารถใช้สมบัติของสารดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวันเพ่อตรวจสอบความบริสุทธ์ของสารได้
ิ

