Page 26 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน หลักภาษาไทย ม.2
P. 26

P A1 A2 S
        26      G    P


                    การเขียนคำาสมาสที่ไม่ออกเสียงสระเชื่อมระหว่างรอยต่อของคำาที่นำามาสมาสกัน สรุปได้ ดังนี้

                   •  ใช้เครื่องหมายทัณฑฆาต (- ์) กำากับท้ายคำาซึ่งเป็นองค์ประกอบของคำาหน้า  เช่น

                   ❁  ชาติพันธุ์วรรณนา         อ่านว่า  ชาด-ติ-พัน-วัน-นะ-นา

                    ❁  ประโยชน์นิยม            อ่านว่า  ประ-โหฺยด-นิ-ยม
                   ❁  ศัพท์บัญญัติ             อ่านว่า  สับ-บัน-หฺยัด


                                               ์
                   •  ไม่ใช้เครื่องหมายทัณฑฆาต (- ) กำากับระหว่างคำา เช่น
                   ❁  อักษรศาสตรบัณฑิต         อ่านว่า  อัก-สอน-สาด-บัน-ดิด

                   ❁  อินทรธนู                 อ่านว่า  อิน-ทะ-นู




                                            คำาสมาสแบบสนธิ


                คำาสมาสที่มีสนธิ หมายถึง ปรากฏการณ์ที่หน่วยเสียง ๒ หน่วย มาอยู่ประชิดกันแล้วหน่วยเสียง

         ท้งสองรวมเข้าเป็นหน่วยเสียงเดียวกัน (กระทรวงศึกษาธิการ, สำานักงานคณะกรรมการการศึกษา
           ั
         ขั้นพื้นฐาน, สำานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, สถาบันภาษาไทย, ๒๕๖๔, น. ๘๓) เสียงของคำา ๒ คำา

                                                                ำ
         มากลมกลืนหรือเช่อมประสานเป็นเสียงเดียวกันจนยากท่จะจาแนกว่าเสียงของคำานั้นมาจากคำาใด
                          ื
                                                            ี
         รวมเป็นเสียงเดียวกัน
                หากพิจารณาคำาสมาสแบบมีสนธิในภาษาไทยมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกับที่ปรากฏในไวยากรณ์

         ภาษาบาลีและภาษาสันสกฤต โดยสรุปการสนธิท่ปรากฏในภาษาไทยได้ดังต่อไปนี้ (อรรถวิทย์ รอดเจริญ,
                                                 ี
         ๒๕๖๖, น. ๙๓-๑๐๐)
                ๑.  สระสนธิ คือ การเช่อมกันระหว่างสระพยางค์ท้ายของคำาหน้ากับสระพยางค์ต้นของคำาหลัง
                                    ื
         เมื่อสนธิกันแล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงสระเพ่อให้เสียงกลมกลืนกัน ดังนั้น การสนธิด้วยวิธีนี้
                                                    ื
         จะมีการตัดหรือลบสระพยางค์ท้ายของคำาหน้า และใช้สระพยางค์ต้นของคำาหลัง เช่น

               หน่วยขยาย             หน่วยหลัก         คำาสมาสแบบสนธิ           ความหมาย

                                                                               ำ
           มหา (มหฺ)           อรรณพ (อรฺณว อณฺณว) มหรรณพ                 ห้วงน้าขนาดใหญ่

           เมษ (เมษ)           อายน (อายน)           เมษายน               การมาถึงของราศีเมษ

           วิทยา (วิทฺยา)      อาลัย (อาลย)          วิทยาลัย             สถานศึกษาในระดับสูง


                จากตัวอย่างการสนธิข้างต้นจะสังเกตได้ว่าสระสนธิมักมีพยางค์ต้นของคำาหลังข้นต้นด้วย
                                                                                       ึ
         พยัญชนะ อ เสมอเพื่อกำากับเสียงของสระ นอกจากนี้ สระสนธิยังมีหลักที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม ดังนี้
   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30   31