Page 10 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน วรรณคดี ม.2
P. 10

10


                     ๒.๒  วรรณกรรมประเภทร้อยกรอง แบ่งเป็น ๒ ชนิด คือ
                          ๑)  ร้อยกรองตามฉันทลักษณ์เดิม แม้ก�รเขียนร้อยกรองต�มฉันทลักษณ์เดิม
           ประกอบด้วยคำ�ประพันธ์ โคลง ฉันท์ ก�พย์ กลอน ร่�ย จะยังคงมีอยู่ แต่มีขน�ดสั้นลง และเน้น “ข้อคิด”

           หรือ “คว�มคิด” ม�กขึ้น คว�มนิยมตกแต่งถ้อยคำ�ด้วยคว�มประณีตบรรจง เพื่อคว�มไพเร�ะอย่�งกวี

           ในยุคเดิมลดลง และสำ�คัญรองจ�กคว�มคิด แม้จะมีกวีในปัจจุบันบ�งกลุ่มใช้ร้อยกรองรูปแบบเดิม
           แต่จะไม่เคร่งครัดในฉันทลักษณ์ต�มแบบแผนม�กนัก ก�รใช้ถ้อยคำ�มีลักษณะกร้�วแกร่งม�กขึ้น
           จนบ�งครั้งถึงขั้นก้�วร้�วก็มี

                          ๒)  ร้อยกรองตามฉันทลักษณ์ที่กำาหนดใหม่ ฉันทลักษณ์ที่กำ�หนดขึ้นใหม่นี้ส่วนใหญ่

           จะยึดหลักคว�มเรียบง่�ย ชัดเจน และมีกรอบเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ เพื่อสื่อคว�มคิดม�กกว่�คว�มไพเร�ะ
           ร้อยกรองรูปแบบใหม่นั้นมีทั้งที่เป็น “กลอนเปล่�” (Blank Verse) หรือกลอนปลอดสัมผัส ไปจนถึง
           ร้อยกรองแบบ “รูปธรรม” (Concrete poetry) หรือ “วรรณรูป” ซึ่งมีวิธีก�รแต่งโดยก�รจัดว�งถ้อยคำ�

           หรือข้อคว�มเป็นภ�พ ซึ่งกวีกลุ่มนี้เชื่อว่� ก�รสื่อคว�มคิดโดยผ่�น “ภ�พ” จะช่วยให้ผู้อ่�นเข้�ใจคว�มคิด

           ของผู้แต่งชัดเจนขึ้น


               สรุปได้ว่�ก�รแบ่งประเภทของวรรณกรรมนั้นจะแบ่งต�มลักษณะของเนื้อห� เพื่อให้เข้�ใจ

             คว�มหม�ยกว้�ง ๆ ไม่ว่�จะเป็นประเภทส�รคดี หรือบันเทิงคดี ซึ่งในแต่ละประเภทจะมีวรรณกรรม

             หรือง�นเขียนลักษณะต่�ง ๆ ประกอบอยู่ ด้�นของวรรณกรรมประเภทร้อยกรองจะแบ่งต�มลักษณะ
             ก�รเขียน คือ แบบโบร�ณ ยึดขนบก�รแต่ง เคร่งครัดกับฉันทลักษณ์ ซึ่งในปัจจุบันคว�มนิยม
             ก�รเขียนร้อยกรองประเภทนี้ลดลงพอสมควร ในขณะเดียวกันก็เกิดรูปแบบก�รเขียนร้อยกรอง

             สมัยใหม่เข้�ม�แทนที่ โดยเน้นคว�มเรียบง่�ยในก�รเขียน และเน้นเนื้อห�ที่ผู้อ่�นอ�จต้องตีคว�ม

             ม�กขึ้น
   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15