Page 17 - ตัวอย่าง สังคมศึกษาฯ ม.2
P. 17

บทวิเคราะห์พุทธประวัติ ตอน ผจญมาร

                    คำาว่า “มาร” ในพระพุทธศาสนา หมายถึง สิ่งที่ฆ่าบุคคลให้ตายจากคุณความดี สิ่งที่ล้างผลาญ
          คุณความดี หรือเป็นผู้กำาจัด ขัดขวางบุคคลมิให้บรรลุผลสำาเร็จอันดีงาม

                    มารที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ คือ กิเลสมาร ขันธมาร อภิสังขารมาร  เทวปุตตมาร และมัจจุมาร
          แต่มารที่ทำาหน้าที่เด่นที่สุด คือ กิเลสมาร ที่เกิดขึ้นในพระทัยของพระองค์ ซึ่งจะเป็นตัวขัดขวางมิให้พระองค์
                                                             ่
                               ู
                                                                                      ่
                                                                                            ุ
                                                                                              ็
              ู
              ้
          ตรสร อันได้แก่ การตอส้ทางความคิดของพระองค์เองระหวางกิเลสกับธรรมะ ด้านหนึ่งมุงบรรลเปน
                             ่
            ั
                                                                                    ั
          พระสัมมาสัมพุทธเจ้า อีกด้านหนึ่งยังคิดถึงความสะดวกสบายในอดีตกาล กิเลสมารท้ง ๒ ด้าน คือ
          ด้านท่เป็นอารมณ์น่าปรารถนา ได้แก่ ความยินดี ความลุ่มหลงเพลิดเพลินอยู่กับความสุขสบายในขณะเป็น
              ี
          เจ้าชายสิทธัตถะ ส่วนอีกด้านหนึ่งคืออารมณ์ท่ไม่น่าปรารถนา ได้แก่ ความไม่สบายใจ ความขัดเคืองใจ
                                                ี
          ความย่อท้อ ความทุกข์ยากลำาบากในการบำาเพ็ญเพียรต่าง ๆ
                    การชนะมารของพระองค์จึงเป็นชัยชนะท่ยิ่งใหญ่ นั่นคือชัยชนะท่มีต่อความคิดของตนเอง
                                                                           ี
                                                      ี
                ั
                                           ั
          จนถึงข้นหลุดพ้น เป็นอิสระจากกิเลสท้งปวงและบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณในท่สุด พระพุทธองค์
                                                                                ี
          ทรงแสดงเป็นตัวอย่างให้เห็นว่ามนุษย์สามารถเอาชนะกิเลสที่เกิดขึ้นในใจของตนได้
               ๕.๒ การตรัสรู้
                    หลังจากพญามารพ่ายแพ้ไปแล้ว พระสิทธัตถะ ทรงบาเพ็ญเพียรต่อไปจนบรรลุญาณ
                                                                    ำ
          ทั้ง ๓ ตามลำาดับ ดังนี้
                                                                                ู
                    •  ปฐมยาม ทรงบรรลุ ปุพเพนิวาสานุสติญาณ คือ ความหยั่งร้ในชาติภพก่อน ๆ
          คือ ทรงระลึกชาติได้
                    •    มัชฌิมยาม ทรงบรรลุ จุตูปปาตญาณ คือ ทรงร้การจุติและการเกิดของสรรพสัตว์ท้งหลาย
                                                             ู
                                                                                          ั
          คือ มีตาทิพย์ หูทิพย์
                                                                ู
                    •    ปัจฉิมยาม ทรงบรรลุ อาสวักขยญาณ คือ ตรัสร้อริยสัจ ๔ คือ ความจริงอันประเสริฐ
          ๔ ประการ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค

                    บทวิเคราะห์พุทธประวัติ ตอน การตรัสรู้

                                                                 ี
                       คำาสั่งสอนของพระพุทธเจ้า คือ เร่องของความจริงท่มีอยู่ตามธรรมชาติ แต่พระพุทธเจ้า
                                                 ื
          ทรงค้นพบแล้วนำามาชี้แจงเปิดเผย พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า สภาพธรรมหรือทานองคลองธรรม
                                                                                ำ
                                                 ึ
                                                                           ี
                                                                          ู
          เป็นของมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีพระพุทธเจ้าเกิดข้นหรือไม่ พระพุทธเจ้าเป็นผ้ท่ตรัสร้สภาพธรรมนั้น ๆ
                                                                                ู
                                   ึ
                                                                             ี
          แล้วนำามาบอกเล่าให้เข้าใจชัดข้น สัจธรรมหรือความจริงท่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติท่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ
                                                        ี
          คือ อริยสัจ ๔ หรือ ความจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ดังตัวอย่างที่พระพุทธองค์
                        ำ
          ทรงปฏิบัติขณะบาเพ็ญเพียร เมื่อแรกท่ทรงเร่มบาเพ็ญเพียรนั้น  ทรงบาเพ็ญทุกรกิริยาด้วยการทรมาน
                                                  ำ
                                                ิ
                                                                     ำ
                                           ี
          ตนเอง  เป็นการปฏิบัติที่เคร่งครัดเกินไปในลักษณะ  “สุดโต่ง„ และไม่อาจนำาไปสู่ความหลุดพ้นได้ ต่อมา
          พระพุทธองค์จึงทรงเห็นว่า การดำาเนินทางสายกลางเท่านั้นจึงจะเป็นหนทางสู่ความพ้นทุกข์ได้
            16
   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22