Page 12 - หนังสือเรียนวรรณคดีและวรรณกรรม ม.6 หน่วยที่ 1
P. 12
สองหนสามหนก่นแต่หนี พลั้งทีลงไม่รอดนางยอดหญิง
คราวนั้นอ้ายขุนแผนมันแง้นชิง นี่คราวนี้หนีวิ่งไปตามใคร
ไม่คิดว่าจะเป็นเห็นว่าแก่ ยังสาระแนหลบลี้หนีไปไหน
เอาเถิดเป็นไรก็เป็นไป ไม่เอากลับมาได้มิใช่กู
จะกล่าวถึงโฉมเจ้าพลายงาม เกรงเนื้อความนั่งนึกตรึกตรองอยู่
อ้ายขุนช้างสารพัดเป็นศัตรู ถ้ามันรู้ว่าลักเอาแม่มา
มันก็จะสอดแนมแกมเท็จ ไปกราบทูลสมเด็จพระพันวษา
ดูจะระแวงผิดในกิจจา มารดาก็จะต้องซึ่งโทษภัย
คิดแล้วเรียกหมื่นวิเศษผล เอ็งเป็นคนเคยชอบอัชฌาสัย
จงไปบ้านขุนช้างด้วยทันใด ไกล่เกลี่ยเสียอย่าให้มันโกรธา
บอกว่าเราจับไข้มาหลายวัน เกรงแม่จะไม่ทันมาเห็นหน้า
เมื่อคืนนี้ซำ้ามีอันเป็นมา เราใช้คนไปหาแม่วันทอง
พอขณะมารดามาส่งทุกข์ ร้องปลุกเข้าไปถึงในห้อง
จึงรีบมาเร็วไวดังใจปอง รักษาจนแสงทองสว่างฟ้า
ไม่ตายคลายคืนฟื้นขึ้นได้ กูขอแม่ไว้พอเห็นหน้า
แต่พอให้เคลื่อนคลายหลายเวลา จึงจะส่งมารดานั้นคืนไป
หมื่นวิเศษรับคำาแล้วอำาลา รีบมาบ้านขุนช้างหาช้าไม่
ครั้นถึงแอบดูอยู่แต่ไกล เห็นผู้คนขวักไขว่ทั้งเรือนชาน
ขุนช้างนั่งเยี่ยมหน้าต่างเรือน ดูหน้าเฝื่อนทีโกรธอยู่งุ่นง่าน
จะดื้อเดินเข้าไปไม่เป็นการ คิดแล้วลงคลานเข้าประตู
ครานั้นเจ้าจอมหม่อมขุนช้าง นั่งคาหน้าต่างเยี่ยมหน้าอยู่
เห็นคนคลานเข้ามาเหลือบตาดู นี่มาล้อหลอกกูหรืออย่างไร
อะไรพอสว่างวางเข้ามา เด็กหวาจับถองให้จงได้
ลุกขึ้นถกเขมรร้องเกนไป ทุดอ้ายไพร่ขี้ครอกหลอกผู้ดี
ครานั้นวิเศษผลคนว่องไว ยกมือขึ้นไหว้ไม่วิ่งหนี
ร้องตอบไปพลันในทันที คนดีดอกข้าไหว้ใช่คนพาล
ข้าพเจ้าเป็นบ่าวพระหมื่นไวย เป็นขุนหมื่นรับใช้อยู่ในบ้าน
ท่านใช้ให้กระผมมากราบกราน ขอประทานคืนนี้พระหมื่นไวย
เจ็บจุกประจุบันมีอันเป็น แก้ไขก็เห็นหาหายไม่
ร้องโอดโดดดิ้นเพียงสิ้นใจ จึงใช้ให้ตัวข้ามาแจ้งการ
พอพบท่านมารดามาส่งทุกข์ ข้าพเจ้าร้องปลุกไปในบ้าน
จะกลับขึ้นเคหาเห็นช้านาน ท่านจึงรีบไปในกลางคืน
31
เสภาเรื่อง ขุนช้าง-ขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา

