Page 8 - หนังสือเรียนวรรณคดีและวรรณกรรม ม.6 หน่วยที่ 1
P. 8
ทั้งชายหญิงง่วงงมล้มหลับ นอนทับควำ่าหงายก่ายกันเปรอะ
จี่ปลาคาไฟมันไหลเลอะ โงกเงอะงุยงมไม่สมประดี
ใช้พรายถอดกลอนถอนลิ่ม รอยทิ่มถอดหลุดไปจากที่
ย่างเท้าก้าวไปในทันที มิได้มีใครทักแต่สักคน
มีแต่หลับเพ้อมะเมอฝัน ทั้งไฟกองป้องกันทุกแห่งหน
ผู้คนเงียบสำาเนียงเสียงแต่กรน มาจนถึงเรือนเจ้าขุนช้าง
จุดเทียนสะกดข้าวสารปราย ภูตพรายโดดเรือนสะเทือนผาง
สะเดาะดาลบานเปิดหน้าต่างกาง ย่างเท้าก้าวขึ้นร้านดอกไม้
หอมหวนอวลอบบุปผชาติ เบิกบานก้านกลาดกิ่งไสว
เรณูฟูร่อนขจรใจ ย่างเท้าก้าวไปไม่โครมคราม
ข้าไทนอนหลับลงทับกัน สะเดาะกลอนถอนลั่นถึงชั้นสาม
กระจกฉากหลากสลับวับแวมวาม อร่ามแสงโคมแก้วแววจับตา
ม่านมู่ลี่มีฉากประจำากั้น อัฒจันทร์เครื่องแก้วก็หนักหนา
ชมพลางย่างเยื้องชำาเลืองมา เปิดมุ้งเห็นหน้าแม่วันทอง
นิ่งนอนอยู่บนเตียงเคียงขุนช้าง มันแนบข้างกอดกลมประสมสอง
เจ็บใจดังหัวใจจะพังพอง ขยับจ้องดาบง่าอยากฆ่าฟัน
จะใคร่ถีบขุนช้างที่กลางตัว นึกกลัวจะถูกแม่วันทองนั่น
พ ลางนั่งลงนอบนบอภิวันทน์ สะอื้นอั้นอกแค้นนำ้าตาคลอ
โอ้แม่เจ้าประคุณของลูกเอ๋ย ไม่ควรเลยจะพรากจากคุณพ่อ
เวรกรรมนำาไปไม่รั้งรอ มิพอที่จะต้องพรากก็จากมา
มันไปฉุดมารดาเอามาไว้ อ้ายหัวใสข่มเหงไม่เกรงหน้า
ที่ทำาแค้นกูจะแทนให้ทันตา ขอษมาแม่แล้วก็ขับพราย
เป่าลงด้วยพระเวทวิทยา มารดาก็ฟื้นตื่นโดยง่าย
ดาบใส่ฝักไว้ไม่เคลื่อนคลาย วันทองรู้สึกกายก็ลืมตา
ครานั้นจึงโฉมเจ้าวันทอง ต้องมนตร์มัวหมองเป็นหนักหนา
ตื่นพลางทางชำาเลืองนัยน์ตามา เห็นลูกยานั้นยืนอยู่ริมเตียง
สำาคัญคิดว่าผู้ร้ายให้นึกกลัว กอดผัวร้องดิ้นจนสิ้นเสียง
ซวนซบหลบลงมาหมอบเมียง พระหมื่นไวยเข้าเคียงห้ามมารดา
อะไรแม่แซ่ร้องทั้งห้องนอน ลูกร้อนรำาคาญใจจึงมาหา
จะร้องไยใช่โจรผู้ร้ายมา สนทนาด้วยลูกอย่าตกใจ
ครานั้นวันทองผ่องโสภา ครั้นรู้ว่าลูกยาหากลัวไม่
ลุกออกมาพลันด้วยทันใด พระหมื่นไวยเข้ากอดเอาบาทา
27
เสภาเรื่อง ขุนช้าง-ขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา

