Page 53 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน หลักภาษาไทย ม.2
P. 53
P
G P A1 A2 S
53
๓. กลอนสุภาพ ๑ บท์ มี ๒ บาท์ สองวรรคแรก เรียกว่า บาท์เอก สองวรรคหลัง เรียกว่า บาท์โท์
๔. กลอนสุภาพ ๒ วรรค เรียก ๑ คำากลอน กลอนสุภาพ ๑ บท์ จึงมี ๒ คำากลอน
๕. สัมผัสนอก ★ คำาสุดท์้ายของวรรคสดับ สัมผัสกับคำาท์ี่ ๓ หรือ ๕ ของวรรครับ
★ คำาสุดท์้ายของวรรครับ สัมผัสกับคำาสุดท์้ายของวรรครอง
★ คำาสุดท์้ายของวรรครอง สัมผัสกับคำาท์ี่ ๓ หรือ ๕ ของวรรคส่ง
๖. สัมผัสใน อาจเพิ่มสัมผัสระหว่างคำาท์ี่ ๓ กับ ๔ หรือคำาท์ี่ ๕ กับคำาท์ี่ ๖ หรือ ๗
ในแต่ละวรรค
๗. สัมผัสระหว่างบท์ คำาสุดท์้ายของบท์ต้นสัมผัสกับคำาสุดท์้ายของวรรครองในบท์ถัดไป
ข้อสังเกตในก�รแต่งกลอน (ประยอม ซองท์อง และวินัย ภู่ระหงษ์, ๒๕๔๑, น. ๑๓๒-๑๓๕) และ
(ขัณธ์ช้ัย อธิเกียรติ, ๒๕๖๒, น. ๒๖-๒๗)
๑. ตำ�แหน่งของสัมผัสบังคับ หรือเรียกว่า สัมผัสนอก นิยมส่งสัมผัสจากคำาสุดท์้ายของวรรคหน้า
ไปยังคำาสุดท์้ายของจังหวะท์ี่หนึ่งหรือจังหวะท์ี่สองของวรรคหลังในบาท์เดียวกัน เช้่น
พระโหยหวน/ครวญเพลง/วังเวงจิต ให้คนคิด/ถึงถิ่น/ถวิลหวัง
ว่าจากเรือน/เหมือนนก/ท์ี่จากรัง อยู่ข้างหลัง/ก็จะแล/ช้ะแง้คอย
(พระสุนท์รโวหาร, ๒๕๐๗, น. ๕๒๙)
ไขท์่อ/ธารา/ซ่ากระเซ็น หยาดเย็น/ท์ั่วองค์/สรงสนาน
เสร็จสรง/ท์รงสุคนธ์/ปนม�ลย์ ผัดพักตร์/ผ่องป�น/ศัศัิธร
(พระบาท์สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, ๒๕๐๑, น. ๔๖๓)
้
�
๒. คำ�ทีอย่ในตำ�แหน่งสัมผัสบังคับ
๑) ไม่นิยมใช้้คำาท์่ออกเสียงเหมือนกัน แม้จะเขียนต่างกัน เช้่น ก�ร-ก�น-ก�ญจน
์
ี
ขัน-ขันธ์-ขรรค์ สัน-สรร-สรรค์-สรรพ์
๒) หากเป็นคำาท์ี่มีเสียงเหมือนกัน พบว่ามีการใช้้คำาอื่นคั่นอยู่ ถือว่าไม่ผิด แต่ไม่นิยม เช้่น
เคร่ื่องวันพุธสุดดีด้วยสีแสด กับเหลือบแปดปนประดับสลับสี
วันพฤหัสจัดเครื่องเขียวเหลืองดี วันศัุกร์สีเมฆหมอกออกสงคราม
(พระสุนท์รโวหาร, ๒๕๑๐, น. ๘)
หากพิจารณาสัมผัสระหว่างวรรคคำาว่า สี-ดี-สี ในการแต่งคำาประพันธ์ข้างต้น มักจะไม่ใช้ ้
คำาท์ี่มีเสียงเดียวกันมาสัมผัสกัน (คำาว่า สี-สี) แต่ในบท์นี้มีคำาว่า “ดี” มาคั่นจึงถือว่าใช้้ได้แต่ไม่นิยม
๓) ไม่นิยมพยัญช้นะท์ี่มีเสียงใกล้เคียงกันมาสัมผัสกัน เช้่น เรียน-เลียน เรอด-เลอด
่
่

