Page 9 - หนังสือเรียน หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ม.1
P. 9

๑0         G G G G  P P P
                     P A1 A2 S

                   ตัวอย่างการอธิบายหน่วยเสียงสระประสม


               การอธิิบายล้ักษณะเสีียงสีระป็ระสีม ให้้นักเรียนพิจารณาจากห้น่วยเสีียงสีระเร�มต่้นก่อนว่า
                                                                                     ิ
                                    ั
         อวัยวะอย่่ในล้ักษณะใด จากน�นเม่�อเล้่�อนต่ำแห้น่งเป็็นห้น่วยเสีียงสีระถัดมา อวัยวะก็ต่้องจัดล้ักษณะ
         ให้้เป็ล้ี�ยนไป็ต่ามห้น่วยเสีียงสีระนั�นด้วย เชิ่น

              /เอีย/     เร�มจากล้�นสี่วนห้น้ายกขึ้�นในระดับสีง ริมฝีีป็ากไม่ห้่อ (ล้ักษณะขึ้องห้น่วยเสีียง /อี/)
                                 ิ
                                                       ่
                                             ้
                          ิ
                                 ิ
                         จากนั�นล้�นคื่อย ๆ ต่่�าล้ง จนล้ิ�นสี่วนกล้างวางที่อดในระดับต่่�า ริมฝีีป็ากไม่ห้่อ
                         (ล้ักษณะขึ้องห้น่วยเสีียง /อา/)
               จากต่ัวอย่างขึ้้างต่้น นักเรียนสีามารถใชิ้เป็็นห้ล้ักในการอธิิบายห้น่วยเสีียงสีระ /อัว/ แล้ะ
            ่
         /เออ/ ได้
                                                                            ิ
                                                                         ั
               อน้�ง ต่ำราห้ล้ักภาษาไที่ยดั�งเดิม  กล้่าวว่า  ห้น่วยเสีียงสีระป็ระสีม  มีที่�งสี�น  ๖  เสีียง  ซึ่�งนอกจาก
                                                                                       ้
                                                                              ่
                                ี
         ๓ ห้น่วยเสีียงขึ้้างต่้น ยังมห้น่วยเสีียงที่�เป็็นเสีียงสีั�นอีก ๓ เสีียง ได้แก่ เอียะ เออะ แล้ะอัวะ แต่่คืำที่  � ี
                                           ี
         ใชิ้สีระเห้ล้่านี�พบน้อยมาก เชิ่น  ผ่ัวะ  ยัวะ  เผ่ียะ  เกี�ยะ  เจ�ยะ  เป็ร�ยะ  ดังนั�น  นักภาษาศาสีต่ร์
                                                                       ี
                                                               ี
           ้
         จงไม่นับว่าเสีียงสีระเห้ล้่านี�เป็็นเสีียงสีำคืัญในภาษา
                                                                             �
                         �
               นอกจากนี ยังมีการแบ่งสีระออกเป็็นอีกป็ระเภที่ห้น้�งเรียกว่า สีระที่มีเสีียงพยัญชินะที่้าย
                                                                             ี
         ซึ่�งได้แก่  -ำ  ไ-  ใ-  เ-า  ซึ่�งเม่�อพิจารณาการออกเสีียงพบว่าเกิดจากการป็ระสีมกันขึ้องห้น่วยเสีียงพยัญชินะ
           ้
                             ้
                                �
                                ี
                                    ่
         แล้ะห้น่วยเสีียงสีระเดี�ยวที่มีอย่ ดังนี �
               ๑.
                     -ำ      ป็ระกอบด้วยห้น่วยเสีียงสีระ /อะ/ + พยัญชินะสีะกด /ม/
               ๒.
                     ไ-      ป็ระกอบด้วยห้น่วยเสีียงสีระ /อะ/ + พยัญชินะสีะกด /ย/
                  .
                     ใ-      ป็ระกอบด้วยห้น่วยเสีียงสีระ /อะ/ + พยัญชินะสีะกด /ย/



               ๔.
                    เ-า      ป็ระกอบด้วยห้น่วยเสีียงสีระ /อะ/ + พยัญชินะสีะกด /ว/





               สีิ�งที่นักเรียนคืวรสีังเกต่ คือ เสีียงสีระในคืำบางคืำจะมีคืวามสีั�นห้รอยาวไม่เป็็นไป็ต่าม
                                                                            ่
                   ี
                   �
                                       ่
           ล้ักษณะเสีียงที่�กำห้นดไว้ขึ้้างต่้น  ขึ้้�นอย่กับเจต่นาขึ้องผ่่้พ่ดห้ร่อสีำเนียงการออกเสีียงในแต่่ล้ะที่้องถิ�น
                                            ่
                        ี
           ซึ่�งการสีังเกต่ล้ักษณะการออกเสีียงคืำที่�แที่้จริงจะชิ่วยให้้นักเรียนเขึ้้าใจล้ักษณะขึ้องเสีียงสีระ
                                               ี
            ้
           มากยิ�งขึ้�น
                  ้
   4   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14