Page 33 - หนังสือเรียน วรรณคดีและวรรณกรรม ป.๑ และ ป.๔ และ หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ป.3
P. 33
P A1 A2 S
G G P A1
33
ฝ่ายชีเปลือยเมื่อยม่อยไปหน่อยหนึ่ง ลุกทะลึ่งเหลียวหาข้างหน้าหลัง
เห็นฤๅษีกระจิริดให้คิดชัง ขี่ม้ามังกรหางเหมือนอย่างงู
ให้คิดคร้ามถามว่ามาแต่ไหน ธุระไรหรือฤๅษีมุนีหนู
ไอ้ที่ขี่นี่อะไรจะใคร่รู้ เขม้นดูเดือดใจอยู่ในที
กุมาราว่าท่านบอกเราออกก่อน ไยมานอนแก้ผ้าน่าบัดสี
หรือผ้าผ่อนท่อนสไบนั้นไม่มี ไม่ขูดขี้ฟัันบ้างหรืออย่างไร
ชีเปลือยฟัังนั่งขัดสมาธิพับ แสนสับปลับปลิ้นปลอกบอกนิสัย
เราตัดขาดปรารถนาไม่อาลัย ด้วยเห็นภัยวิปริตอนิจจัง
อันร่างกายหมายเหมือนหนึ่งเรือนโรค แสนโสโครกคืออายุกเป็นทุกขัง
เครื่องสำาหรับยับยุบอสุภัง จะป่ดบังเวทนาไว้ว่าไร
เราถือศิลจินตนาศิวาโมกข์ สละโลกรูปนามตามวิสัย
บังเกิดเป็นเบญจขันธ์มาฉันใด ก็ทิ้งไว้เช่นนั้นจึงฉันนี้
ไม่รักรูปร่างกายเสียดายชาติ อารมณ์มาดมุ่งหมายจะหน่ายหนี
นี่ตัวท่านการธุระอะไรมี มาเดี๋ยวนี้จะไปหนตำาบลใด
พระอภัยมณี
เรื่อง ตอน กำาเนิดสุดสาคร :
ชีเปลือยหลอกผลักสุดสาครตกเหว ๒
(หน้า ๓๖-๓๙)
พระหน่อน้อยพลอยเห็นเหมือนเช่นว่า โมทนาน้อมองค์ไม่สงสัย
ลงจากหลังม้ามังกรวอนอภัย พระอย่าได้ถือโทษจงโปรดปราน
อันข้านี้ขี่ม้ามาในนำ้า จะแวะสำานักหาผลาหาร
แล้วเล่าความตามเรื่องเคืองรำาคาญ จะไปบ้านเมืองคิดถึงบิดา
ได้ยินเขาเล่าลือบ้างหรือไม่ พระอภัยบิตุเรศกับเชษฐา
จงโปรดเกล้าเล่าแถลงแจ้งกิจจา ให้นัดดาทราบความจะตามไป
ส่วนชีเปลือยเฉื่อยช้าหลับตาคิด มันเรืองฤทธิ์รู้เวทวิเศษไฉน
จำาจะลวงหน่วงถามถึงความใน เห็นจะได้ดอกเด็กเล็กเท่านี้
ถ้าเดินนำ้าทำาเป็นเช่นอ้ายหนู จะลือกูเฟื่องฟุ้งทั้งกรุงศรี
ดำาริพลางทางลวงดูท่วงที เป็นไรมีเราก็รู้อยู่แก่ใจ
แต่แถวทางข้างหน้านั้นปรากฏ มีนำ้ากรดลึกเหลวเป็นเปลวไหล
ต่อมีมนตร์กลเวทวิเศษไป จึงข้ามได้โดยง่ายไม่วายชนม์
นี่ตัวเจ้าเล่าเรียนมาแล้วหรือ จะดึงดื้อไปแล้วเห็นไม่เป็นผล
ซึ่งเดินนำ้ารำ่ามาในสาชล ด้วยเวทมนตร์เชี่ยวชาญประการใด

