Page 8 - ตัวอย่าง หนังสือเรียน ดนตรี ม.4 หน่วยที่ 1
P. 8
๑.๙ วงปี่พาทยเสภา เปนวงดนตรทใชกลองสองหนากำกบจงหวะหนาทบแทนตะโพนและ
์
็
้
ั
ั
้
ี
ี
่
้
ั
กลองทัด การนำมาบรรเลงประกอบการขับเสภาในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒)
และเพิ่มระนาดทุ้มกับฆ้้องวงเล็กในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓)
เครื่องดนตรีในวงปี่พาทย์เสภา
ฉิ่ง
ปี่ใน ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก
กลองสองหน้า ระนาดเอก ระนาดทุ้ม
โอกาสที่ใช้บรรเลง แต่เดิมใช้บรรเลงประกอบการขับเสภา แต่ปัจจุบันใช้บรรเลงทั่วไป
ี
ี
บทเพลงท่ใช้บรรเลงในวงป่พาทย์เสภา ใช้บรรเลงบทเพลงต่าง ๆ เช่น เพลงรัวประลองเสภา
เพลงพม่าห้าท่อน เพลงจระเข้หางยาว เพลงบุหลัน และเพลงสี่บท
๒. วงเครื่องสาย
วงเคร่องสาย เป็นวงดนตรีไทยท่เกิดข้นในสมัยอยุธยา เคร่องดนตรีส่วนใหญ่ในวง
ี
ื
ื
ึ
เรื่อง
จะประกอบด้วยเครื่องดีดและเครื่องสีเป็นหลัก วงเครื่องสายแบ่งออกเป็น ๔ ประเภท ดังนี้ วงเครื่องสาย
๒.๑ วงเครื่องสายเครื่องเดี่ยว เป็นวงดนตรีที่มีเครื่องดนตรีผสมอย่างละ ๑ ชิ้น เรียกอีกอย่างว่า
วงเครื่องสายวงเล็ก
เครื่องดนตรีในวงเครื่องสายเครื่องเดี่ยว
ฉิ่ง โทน รำามะนา
ขลุ่ยเพียงออ
จะเข้
ซอด้วง ซออู้
โอกาสที่ใช้บรรเลง ใช้บรรเลงในงานมงคล บรรเลงในอาคารหรือสถานที่ที่ไม่กว้างขวาง
ี
ั
บทเพลงท่ใช้บรรเลงในวงเคร่องสายเคร่องเด่ยว บรรเลงบทเพลงท่บรรเลงท่วไป และเพลงร้องรับ เช่น
ี
ื
ี
ื
เพลงสุดสงวน (เถา) เพลงโสมส่องแสง (เถา) ตับต้นเพลงฉิ่ง ตับลาวเจริญศรี
14

